“อาเหยียน?”
“เป็นข้าเอง”
จี้เหยียนดึงกริชที่ปักลึกเกือบถึงหัวใจออก แล้วโยนทิ้งไว้ข้างกายอย่างไม่ใส่ใจ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากบาดแผล
เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เพียงขยับเข้าใกล้สือเหยา เช็ดเลือดบนมือจนสะอาด ก่อนยกนิ้วขึ้นสัมผัสใบหน้าของนาง ลูบไล้แผ่วเบาและเชื่องช้า ราวกับต้องการสลักรูปลักษณ์ของนางไว้ในใจทีละน้อย
เขามองนางอย่างหลงใหล ดวงตาดำมืดไร้ก้นบึ้ง ความคลุ้มคลั่งในดวงตาลึกล้ำดุจหุบเหวถูกเขาข่มกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง ไม่ให้มันเอ่อล้นออกมา
“ข้ารอเจ้ามานานแล้ว ต้นอวี้หลันนอกตำหนักผลิดอกบานสะพรั่ง ทว่าเจ้ากลับไม่ยอมมาพบข้าเสียที”
เสียงของเขาแหบพร่าทุ้มต่ำ ฟังดูอันตรายเป็นพิเศษท่ามกลางราตรี
“เพราะอย่างนั้นเจ้าถึงใช้วิธีฆ่าตัวตายเพื่อให้ข้ามาหาหรือ?” ครานี้สือเหยาไม่กลัวเขา กลับโกรธเสียมากกว่า
“มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น มิฉะนั้นเจ้าคงไม่มีวันมา”
สือเหยาถลึงตามองเขา
นางลงจากตั่งนุ่ม ผลักเขาให้นอนลงบนเตียง จี้เหยียนไม่ขัดขืน ปล่อยให้นางจัดการตามใจ
“ตามหมอหลวงมา” น้ำเสียงของสือเหยาดุดันอยู่บ้าง
แทงทะลุถึงหัวใจเช่นนี้ หากนางมาช้ากว่านี้อีกนิด จี้เหยียนคงตายไปแล้ว
แม้เขาจะไม่ใช่จี้เหยียนในภารกิจของนาง แต่ที่ช่วยเขาในครานี้ก็ไม่ใช่เพราะภารกิจบ้าบออะไรนั่น!
ฉันอุตส่าห์ทุ่มเททำภารกิจ ก็เพื่อจะได้ฟื้นคืนชีพแท้ ๆ แต่เจ้าจี้เหยียนคนโง่นี่กลับแทงหัวใจตัวเองเพื่อฉัน เป็นคนบ้าที่ยอมสละชีวิตจริง ๆ
เขารู้อยู่แก่ใจว่าในภายหน้า นางกับเขาจะไม่มีวันเกี่ยวข้องกัน นางต้องจากไปไม่ช้าก็เร็ว ทั้งสองไม่มีทางเป็นไปได้เลย
จี้เหยียนมองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังถลึงตาดุใส่เขาและออกคำสั่ง
