ให้สวีเยวียนและองครักษ์เหล่านั้นฟื้นคืน เพียงปล่อยให้พลังวาสนากลับสู่หนทางเดิมก็พอ แต่ว่าสิ่งที่ถูกดูดไปจากตัวต้าจ้วงนั้น เป็นพลังงานหยิน
ลำบากอยู่บ้าง แต่ว่าเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ไม่นาน ต้าจ้วงก็ปรากฏตัวต่อหน้าฉินโยวโยวด้วยท่าทางฮึกเหิม
"บรรพจารย์น้อย ข้าคล้ายจะเก่งกว่าเดิมเสียอีก!" ต้าจ้วงคุกเข่าตรงหน้านาง หัวเราะร่าอย่างดีอกดีใจ
ทงหมิงผู้ลงมือทำเรื่องนี้ กลับมิได้รับคำขอบคุณ ทั้งยังต้องก้มหน้าประสานมือคารวะ แต่เขาไม่กล้าปลดปล่อยความไม่พอใจแม้เพียงน้อยนิด
บัดนี้เขาไร้ซึ่งกายเนื้อ แม้แต่อยากขอยืมศพคืนชีพย่อมเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่ไม่ต้องกลับไปในเตาหลอมน่าสะพรึงนั่น ยอมเป็นวัวเป็นม้าปรนนิบัติเด็กคนนี้ต่อเขาก็เต็มใจ
"นายท่าน โปรดรับข้าน้อยไว้ด้วยเถิด นับจากนี้ท่านชี้ไปทางใด ข้าน้อยจักชกไปทางนั้น"
ทงหมิงไขว่คว้าโอกาสเพื่อตนเอง ฉินโยวโยวปรายตาให้สัญญาณแก่ต้าจ้วงให้ลุกขึ้น แล้วจึงเอ่ยว่า "เจ้ามีประโยชน์อยู่บ้างก็จริง แต่ว่าเจ้าเปี่ยมด้วยบาปหนา ทั้งยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย หากว่าเจ้าเห็นว่าข้าอายุน้อย หลอกง่ายเล่า? ลองเผาดูอีกสักตั้งเถิด!"
กล่าวพลางโยนมันกลับลงในเตาหลอม
ซูม่อถังได้ยินเรื่องนี้เข้า มีความทอดถอนใจอยู่บ้าง พลางว่า "หากฮูหยินว่านออกเดินทางช้าสักหน่อย ปัญหาของนางวันนี้ก็จะแก้ตกแล้วกระมัง"
ฉินโยวโยวเพิ่งอาบน้ำเสร็จ หลิวหลีกำลังช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ "ท่านแม่ เรื่องทั้งปวงล้วนแล้วแต่ดวงชะตา จะฝืนหาได้ไม่"
ฉินสวินอวี่และซูม่อถังมองสลับกัน แย้มยิ้มออกมา "จริง พวกเราจะใส่ใจ ไม่ฝืนดวงแน่"
ในตำหนักบรรยากาศผ่อนคลาย ทว่าฝ่ายที่กลับไปจัดการสินเดิมเพื่อเตรียมเจรจาหย่าร้างอย่างเฉาซินฉือ หาได้ราบรื่นเช่นนั้นไม่
รถม้าของนางเพิ่งถึงหน้าประตู ก็พบเจอเข้ากับว่านจือหวยตรงหน้า
"ฮูหยิน มิใช่ว่าพักอยู่บนภูเขาไม่ใช่หรือ?" ค่ำคืนก่อนว่านจือหวยได้ข่าวว่าราชองครักษ์หลายนายถูกจับ ทั้งยังเกี่ยวพันกับจวนอ๋องจ้านหวัง อารมณ์บูดบึ้งอย่างยิ่ง เช้านี้จึงมิได้เข้าวังแต่ประการใด
ยามนี้พบเฉาซินฉือ น้ำเสียงจึงไม่น่าฟังนัก
