รถม้าใกล้ถึงจวนอันหนิงโหว คนรับใช้ขี่ม้าเร็วมาส่งข่าว “กราบทูลอ๋องและหวังเฟย จวนอันหนิงโหวปิดประตูใหญ่ พวกกระหม่อมเรียกประตูก็ไม่มีผู้ใดเปิด”
ม่านรถถูกนิ้วเรียวยาวเลิกขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสของเด็กน้อยปรากฏตรงหน้าต่าง
“ท่านลุงซิน ของพวกเราเตรียมไว้หรือยัง?”
ซินซู่นึกถึงสิ่งของที่ฉินโยวโยวแอบสั่งให้เขานำติดตัวมาก่อนออกรถ จากปกติเป็นคนสุขุม รอบคอบ บัดนี้ในใจก็คึกคักไม่น้อย
เขาลดเสียงต่ำ “คุณหนูน้อยวางใจ”
ฉินโยวโยวแย้มยิ้มขยิบตาให้เขา โบกมือน้อย “ไป! ไปทำงานใหญ่!”
ซูม่อถังแม้ในใจสงสัย ทว่ารู้ว่าเด็กน้อยไม่มีทางปั่นหัวนาง จึงไม่ถามอะไรเลย
รถม้าจวนอ๋องจ้านหวังวิ่งมาหยุดหน้าประตูจวนอันหนิงโหวอย่างมั่นคง ทว่ายังคงเรียกเท่าไรก็ไม่เปิด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงออกมาต้อนรับ
ใครจะคาดคิด วันกลับเรือนเยี่ยมบิดามารดาของหวังเฟยขั้นหนึ่ง ฝ่ายบ้านเกิดกลับปิดประตูปฏิเสธแขก
ซูม่อถังโกรธจนขอบตาแดง กล่าวเสียงต่ำ “สวินอวี่ ขอโทษ ล้วนโทษข้า ทำให้พวกเจ้าต้องมารับความคับแค้นเช่นนี้”
มิต้องไตร่ตรองละเอียดก็รู้ว่า นี่ต้องเป็นคำสั่งของฮูหยินหงเป็นแน่
นางเหยียบย่ำซูม่อถังเช่นนี้ ก็จงใจให้คนในจวนอ๋องจ้านหวังเห็นชัดว่านางตกอยู่ในสภาพคับขัน ไร้ผู้เหลียวแลในบ้านเกิด
ทว่าการกระทำนี้ ยิ่งตบหน้าฉินสวินอวี่ต่อหน้าธารกำนัล หรือคิดว่าเขาอยู่ได้อีกไม่นาน?
ตั้งแต่ถูกพิษขาหัก ฉินสวินอวี่ก็ประจักษ์แจ้งในความเย็นชาของโลกมนุษย์มานาน การยั่วยุอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ นับว่าพบเห็นได้ยาก
“ไม่เป็นไร!” ฉินสวินอวี่สีหน้าเรียบเฉย เขามิได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ อย่างไรเสียการแก้แค้นของเขาไม่เคยค้างคืน
