ถ้าใช้ไม้แข็งไม่ได้ ก็ต้องใช้ไม้อ่อน
อู๋ชิงเหยาขยับเข้าไปใกล้เขาสองก้าว อ้าปากเตรียมออดอ้อน
“อยู่ให้ห่างจากฉัน สกปรก” ซีอวี้เจิงแทบจะเขียนคำว่า ‘รังเกียจ’ ไว้บนหน้าอยู่แล้ว
สกปรกเหรอ?
เธออาบน้ำแถมยังทาโลชั่นทุกวัน ตัวหอมฟุ้งแท้ ๆ เขากล้าบอกว่าเธอสกปรกอย่างนั้นหรือ?!
อู๋ชิงเหยาเพิ่งจะเตรียมสวนกลับ เขาก็โยนทิชชูเปียกมาให้
“เช็ดให้สะอาด” เขาจ้องรองเท้าของเธอ
อู๋ชิงเหยามองตามสายตา เห็นคราบดินเล็ก ๆ เปื้อนอยู่บนรองเท้าหลายจุด จึงแกะทิชชูเปียกออกแล้วนั่งยอง ๆ ลง
“ไอ้โรคจิตรักความสะอาด” เธอบ่นด่าเสียงเบา
แค่เห็นท่าทางที่เธอออกแรงเช็ด ซีอวี้เจิงก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้พูดอะไรดี ๆ
เขาหันหลังให้ “เช็ดเสร็จก็ไป ฉันไม่ให้เธอดูกล้องวงจรปิดหรอก”
อู๋ชิงเหยาเช็ดจนสะอาดแล้วโยนทิชชูลงถังขยะ ก่อนพูดอย่างขุ่นเคือง “นายช่วยผดุงความยุติธรรมไม่ได้หรือไง? วางกระถางไว้สูงขนาดนั้นก็เห็นชัดว่าไม่หวังดี ถ้าฉันเดินไปอีกก้าว เขาคงได้กลายเป็นฆาตกรไปแล้ว!”
ซีอวี้เจิงไม่สะทกสะท้าน “เรื่องพวกนี้เกี่ยวอะไรกับฉัน?”
อู๋ชิงเหยา “……”
ใจคนเย็นชาเกินไป เธอไม่กล้าแตะต้อง
ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งก็ไม่ได้ผล เธอคงต้องใช้กำลังแล้ว
อู๋ชิงเหยาพุ่งไปหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ มือเพิ่งแตะเมาส์
ต้นคอก็ถูกใครบางคนคว้าไว้ฉับพลัน
สัมผัสหยาบเล็กน้อย เย็นเยียบ และแฝงไอหนาวเหน็บ
ซีอวี้เจิงลากเธอไปด้านข้าง ก่อนกดเธอเข้ากับกำแพง
“บอกแล้วว่าไม่ให้ดู ก็ไม่ให้ดู”
ใต้ฝ่ามือคือผิวเนียนลื่นกับชีพจรที่เต้นแผ่ว ๆ
ราวกับแค่ออกแรงนิดเดียวก็หยุดมันได้
เธอจะหายใจไม่ออก หวาดกลัว เผยสีหน้าสิ้นหวัง และตกใจที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดโดยไม่ทันระวัง
