อู๋ชิงเหยายิ้มหวาน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ รุ่นพี่ซีอวี้เจิง”
ดูราวกับลูกหมาที่ทำผิดแล้วยังยิ้มแฉ่งให้
ท่าทางแบบที่ใครเห็นก็ไม่อยากยื่นมือไปตีหมาที่ยิ้มอยู่
ซีอวี้เจิงโน้มตัวลงเล็กน้อย ขยับเข้ามาใกล้ “จริงเหรอ รุ่นน้อง?”
ระยะห่างลดลง อู๋ชิงเหยาเพิ่งได้เห็นสีม่านตาของเขาชัด ๆ เป็นสีเทาเข้ม คล้ายผืนทะเลสาบใต้เงาคน
เธอพูดเสียงหวานอย่างว่าง่าย “รุ่นพี่ซีอวี้เจิง คุณกับเสิ่นจั๋วสือในใจฉันน่ะเทียบกันไม่ได้เลยค่ะ”
“งั้นเหรอ?”
“คนหนึ่งเป็นช็อกโกแลตรสขี้ อีกคนเป็นขี้รสช็อกโกแลต จะเอามาเทียบกันได้ยังไงล่ะคะ”
“?”
ซีอวี้เจิงขมวดคิ้ว
ฟังยังไงก็ไม่เหมือนคำชมเลย
แววเจ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตาอู๋ชิงเหยา “จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นนะคะ เชื่อไหม?”
ซีอวี้เจิงยกมุมปากนิด ๆ ไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ จึงถามต่อ “แล้วฉันเป็นขี้ หรือช็อกโกแลตรสขี้?”
อู๋ชิงเหยายิ้มแห้ง “คุยเรื่องนี้มันผิดมนุษยธรรมไปหน่อยนะคะ”
เธอเปลี่ยนเรื่อง “ขอถามคุณหน่อย ทำไมถึงซ้อมถานเคอจนเป็นแบบนี้คะ?”
ในความทรงจำ เขากับถานเคอไม่น่าจะมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกันนี่นา
ซีอวี้เจิงตอบเรียบ ๆ “รุ่นน้อง ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ฉันที่ซ้อมเขา”
ดูจากเสื้อผ้าที่เรียบร้อยและร่างกายที่ไม่มีบาดแผล
ก็ไม่เหมือนเป็นฝีมือเขาจริง ๆ
อู๋ชิงเหยาถาม “แล้วทำไมเขาถึงยอมตามคุณมาที่นี่แต่โดยดีล่ะ?”
ซีอวี้เจิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บางที…ฉันอาจช่วยเขาไว้?”
เขาเว้นชีวิตให้อีกฝ่าย แบบนี้จะไม่นับว่าช่วยได้ยังไง
อู๋ชิงเหยาตบมือให้ “ทั่วฟ้าทั่วดิน คงหาใครดีเท่าคุณไม่ได้อีกแล้วค่ะ”
