ทุกคนหันกลับไปมอง
เห็นซีอวี้เจิงเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า ลมพัดเส้นผมตรงขมับขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคมดำสนิท
สายตาของทุกคนจับจ้องอยู่ที่เขา
ไม่มีใครสังเกตว่าด้านหลังเขายังมีคนหนึ่งเดินตามมา ก้มหน้าต่ำเสียจนแทบมุดลงดิน พยายามทำตัวให้ไร้ตัวตนสุดชีวิต
อู๋ชิงเหยามองซีอวี้เจิงอย่างงุนงง กะพริบตาปริบ ๆ
เขาหยุดยืนข้างเธอ เอียงศีรษะ แล้วกระตุกยิ้มให้เธอเล็กน้อย
การกระทำสั้น ๆ เพียงชั่วพริบตานั้นซ่อนเร้นแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็น
เสิ่นจั๋วสือมีสีหน้าเย็นชา เข้าประเด็นทันที “คนที่นายพูดถึงอยู่ไหน?”
ซีอวี้เจิงเหลือบมองไปด้านหลัง น้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์
“เงยหน้าขึ้นมา”
คนคนนั้นสะดุ้งเฮือก ลุกลี้ลุกลนอยู่พักใหญ่กว่าจะยอมเงยหน้าขึ้น
พอเห็นว่าเป็นใคร ทุกคนก็สูดปากด้วยความตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมหน้าถานเคอบวมขนาดนั้น?”
“นี่ถานเคอ หนุ่มหล่อประจำคณะคนนั้นจริงเหรอ? ทำไมต่างจากรูปบนบอร์ดประชาสัมพันธ์ราวฟ้ากับเหว?”
“ซีอวี้เจิงเป็นคนซ้อมเขาหรือเปล่า?”
“ไม่ต้องสงสัยเลย ซีอวี้เจิงทำเรื่องแบบนั้นได้จริง ๆ”
……
ใบหน้าของถานเคอบวมช้ำเขียวคล้ำ ดูสะบักสะบอมยับเยิน มุมปากยังมีเลือดไหลซึม
ดูออกว่าเป็นแผลสด เพิ่งโดนซ้อมมาไม่นาน
อู๋ชิงเหยารู้สึกเจ็บแทนจนใบหน้าเล็ก ๆ ย่นเข้าหากัน ไม่รู้ว่าเจ็บแค่ไหนกันนะ
เสียงทุ้มต่ำใสกังวานพลันดังขึ้นข้างกาย
“ฉันไม่ได้เป็นคนตี” ซีอวี้เจิงยืนชิดอยู่ข้างเธอ
แววตาเปิดเผยตรงไปตรงมา เจือความไร้เดียงสาอยู่เล็กน้อย
อู๋ชิงเหยาไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว
