สถานพยาบาลหมู่บ้านชิงซาน
หลี่เอ้อร์ฝูเห็นว่าอาการของเฝิงเสี่ยวหู่ผิดปกติ จึงรีบถามว่า “เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหน?”
เขายังพูดไม่ทันจบ
เฝิงเสี่ยวหู่ก็สั่นเทิ้ม ก่อนจะเอนตัวล้มตึงลงกับพื้น ลูกตาเหลือกขึ้น
เศษข้าวโพดที่ยังย่อยไม่หมดทะลักออกจากปาก ตามมาด้วยเศษอาหารชนิดอื่นที่แยกไม่ออกอีกจำนวนหนึ่ง ปะปนกับน้ำย่อยรสเปรี้ยวขม ไหลนองไปทั่วพื้น
อาเจียนเลอะเต็มแก้มซีกหนึ่งที่แนบอยู่กับพื้นดิน มือเท้ากระตุกไม่หยุด
หลี่เอ้อร์ฝูไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน จึงตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา ฟันบนล่างกระทบกันกึก ๆ ไม่หยุด
เขาฝืนข่มความหวาดกลัวในใจลงอย่างยากลำบาก ก่อนจะย่อตัวลงแล้วยื่นมือไปแตะเฝิงเสี่ยวหู่ กลิ่นคาวเหม็นฉุนพุ่งจากช่วงล่างของเฝิงเสี่ยวหู่เข้าจมูกหลี่เอ้อร์ฝู
กลิ่นเปรี้ยวเหม็นของอาเจียนกับกลิ่นคาวเหม็นของอุจจาระและปัสสาวะผสมปนเปกันอย่างรวดเร็ว จนอบอวลไปทั่วห้องแคบ ๆ
หลี่เอ้อร์ฝูยื่นมือไปตรวจดูลมหายใจตรงปลายจมูกของเฝิงเสี่ยวหู่ แต่กลับไม่รู้สึกถึงลมหายใจแม้แต่น้อย
เขาชักมือกลับทันที ราวกับถูกค้อนหนักทุบเข้าที่ศีรษะ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เรี่ยวแรงทั้งร่างหายวับ เข่าพลันอ่อนยวบจนหงายหลังลงไปนั่งกับพื้น แล้วตะโกนเรียกเสียงหลงอย่างลนลาน “ใครก็ได้! มานี่เร็ว!”
หลี่เฟิงเหนียนกับโอวหยางฮวาที่กำลังทำงานอยู่ในสำนักงานกองพลได้ยินเสียงร้อง จึงพุ่งออกมาจากห้องทำงาน
“เกิดอะไรขึ้น!” หลี่เฟิงเหนียนถามทั้งที่ยังวิ่งมาไม่ถึงสถานพยาบาล
หลี่เอ้อร์ฝูไม่กล้าอยู่ในห้อง จึงถอยออกมายืนตรงประตู ตัวสั่นไม่หยุด พูดอะไรไม่ออกสักคำ ได้แต่ยกนิ้วมือที่สั่นระริกชี้เข้าไปข้างใน
