วันนี้เหล่าปัญญาชนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมาประจำหมู่บ้านชิงซานยังคงถูกแบ่งให้ไปพรวนดินในไร่ข้าวโพดเหมือนเดิม
แดดเริ่มร้อนจัด เฝิงเสี่ยวหู่ยกมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก วางจอบลงแล้วหยิบกระติกน้ำขึ้นมากรอกน้ำอึก ๆ หลายคำ
เขาเลียริมฝีปาก “วันนี้น้ำหวานนิด ๆ แฮะ!” จากนั้นก็ดื่มต่ออีกหลายอึก ก่อนจะหยิบจอบขึ้นมาทำงานอีกครั้ง
ไม่นานเขาก็รู้สึกกระหายอีก จึงหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่ม ของหวานยิ่งดื่มก็ยิ่งอยากดื่ม ยิ่งดื่มก็ยิ่งไม่หายกระหาย ไม่นานน้ำในกระติกก็หมดเกลี้ยง
เขาเขย่ากระติกดูจนแน่ใจว่าไม่มีน้ำเหลือแล้ว จึงเดินไปยังหัวแปลง ไม่ทักทายใครสักคำ แล้วคว้ากระติกน้ำที่จ้าวโหย่วไฉวางไว้ตรงนั้น เทน้ำครึ่งกระติกใส่กระติกของตัวเอง
เขากลับไปทำงานในไร่อย่างอารมณ์ดีได้ไม่นาน ก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง พอมองไปรอบ ๆ แล้วไม่เห็นใคร จึงปลดกางเกงย่อตัวลง เสียงผายลมดังปุ๊ด ๆ หลายครั้ง สีหน้าดูโล่งสบาย
พอลุกขึ้นก็เตะดินกลบสองสามที แล้วกลับไปทำงานต่อ แต่ทำได้ไม่นานก็ปวดท้องอีก จึงต้องย่อตัวลงอีกครั้ง พลางพึมพำว่า “ท้องข้าเป็นอะไรไปเนี่ย?”
ทุกวันจ้าวสี่กุ้ยจะมาเดินตรวจในไร่สักรอบ คอยดูว่าพวกปัญญาชนรุ่นใหม่แอบอู้งานกันหรือไม่
เขาเดินไปยังแปลงที่เฝิงเสี่ยวหู่ทำอยู่ มองจากไกล ๆ ก็เห็นว่างานที่อีกฝ่ายทำเสร็จน้อยที่สุด แถมยังเห็นเขานั่งยอง ๆ ถ่ายอุจจาระอยู่ในไร่ข้าวโพด จ้าวสี่กุ้ยไม่ได้รีบร้อนเรียก จึงหาหินก้อนใหญ่มานั่ง จุดบุหรี่สูบพลางรอ
รอจนเฝิงเสี่ยวหู่ดึงกางเกงขึ้นแล้วเดินออกมา เขาถึงเอ่ยว่า “เฝิงเสี่ยวหู่ เมื่อวานไม่ลางานแล้วยังไม่มาทำงานอีก กองผลิตจะหักคะแนนแรงงานเอ็งสามวัน
วันนี้ถ้ายังไม่ตั้งใจทำงานอีก ถึงตอนนั้นไม่มีคะแนนแรงงานแล้ว ข้าดูซิว่าเอ็งจะเอาอะไรกิน!”
