เจียงหว่านอี๋รีบเรียกอีกสามคนมารวมตัวกัน ทั้งสามเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เจียงหว่านอี๋ไม่ได้บอกว่ามีเรื่องอะไร แค่เรียกให้ตามเธอมา
เจียงหว่านอี๋หยิบของออกจากห่อผ้า
สายตาของทั้งสามจับจ้องไปยังของที่ห่อด้วยใบข้าวโพดจนมีน้ำมันเยิ้ม และหมั่นโถวแป้งขาว
ซุนเหยาหยากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ก่อนเอื้อมมือไปรับมาแล้วเริ่มแกะใบข้าวโพด “หว่านอี๋ โจวเชามาเหรอ?”
ที่เธอถามแบบนี้ก็เพราะคิดว่า นอกจากโจวเชาแล้ว คงไม่มีใครเอาของหายากแบบนี้มาให้พวกเธอ
“อืม!”
เจียงหว่านอี๋ตอบ
ซุนเหยาหยาแกะใบข้าวโพดที่ห่อไก่ออก แล้วหยิบขาไก่สองชิ้นออกมาก่อน จากนั้นฉีกน่องปีกไก่ออกมาอีกสองชิ้น เธอหยิบชิ้นหนึ่งมากัดแล้วพูดว่า “รีบกินสิ! ขาไก่แบ่งกันนะ”
หลี่ซือซือบิดชายเสื้อไปมา ไม่กล้าเดินเข้าไปหา สีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบา “พี่หว่านอี๋ โจวเชาดีกับพวกเราขนาดนี้ ฉันรู้สึกเกรงใจจัง ทำยังไงดี?”
ซูชิงชิงก็มองเจียงหว่านอี๋เช่นกัน
เจียงหว่านอี๋มองทั้งสองคน พลางนึกขึ้นได้ว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เธอก็ช่วยโจวเชาจัดการเรื่องพวกนี้โดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
“กินเถอะ เขาเอามาให้พวกเรากินอยู่แล้ว” พูดจบเธอก็เสริมอีกว่า “ต่อไปพวกเธอก็ดีกับเขาหน่อยก็พอ”
“อืม ๆ!”
“อืม ๆ!”
ทั้งสองพยักหน้าตอบ
จากนั้นจึงค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบเนื้อไก่ขึ้นมากิน
หญิงสาวทั้งสี่กินของที่โจวเชานำมาให้
แสงแดดสาดลงบนใบหน้าของพวกเธอ ในชั่วขณะนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็พลันผลิบานขึ้นในใจของแต่ละคน
