บ้านโจวต้าฉุย จางอวี้เฟินนอนอยู่บนเตียงใหญ่กว้าง 1.5 เมตรเพียงลำพัง
ตามหลักแล้ว คนเดียวได้นอนบนเตียงกว้างขนาดนี้ ย่อมมีที่เหลือเฟือทั้งซ้ายขวา ไม่ต้องกลัวว่าจะรบกวนใคร อยากพลิกตัวอย่างไรก็ได้ แขนขาเหยียดออกได้ตามสบาย ช่างเป็นความสุขที่ไร้พันธนาการ
แต่ความรู้สึกของจางอวี้เฟินในตอนนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เธอนอนปวดไปทั้งตัว พลิกไปพลิกมาก็หาท่าที่ทำให้นอนหลับไม่ได้
วิธีเดียวที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง คือร้องครางไม่หยุดว่า “โอ๊ย! โอ๊ย!”
กลอนประตูหายไป เงาร่างพร่าเลือนสายหนึ่งเดินเข้ามา
เงาร่างนั้นคือโจวเชา ตอนเที่ยงจางอวี้เฟินกับลูกชายมาหาถึงบ้าน เขาก็ไม่ได้คิดจะปล่อยพวกเขาไปอยู่แล้ว
โจวเชายกมือฟาดจนจางอวี้เฟินสลบ เสียง “โอ๊ย” ในห้องพลันเงียบลงทันที
เขาจับจางอวี้เฟินโยนเข้าไปในมิติ แล้วเดินทางต่อไปยังห้องของโจวเถี่ย
ตอนนี้อีกฝ่ายก็นอนไม่หลับเช่นกัน เขาใช้สองมือกดท้องเอาไว้ บรรเทาความทรมานจากความหิวได้เล็กน้อย
ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรสักอย่าง หิวจนแทบคลั่ง ปากถูกโจวเชาต่อยจนพัง บวมเป่ง ริมฝีปากบนกับล่างเบียดชิดกัน เปิดได้เพียงช่องแคบ ๆ เท่านั้น กินอะไรไม่ได้เลย
ฟันทั้งปากโยกคลอน แค่ขยับแรงนิดเดียวก็เจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ เขาร้องแม้แต่ “โอ๊ย” ยังไม่ไหว ได้แต่หายใจหอบเบา ๆ
โจวเชาทนเห็นเขาทรมานเช่นนี้ไม่ไหว จึงฟาดสันมือใส่จนสลบเหมือนกัน แล้วโยนเข้าไปในมิติ
จากนั้นเขาก็กวาดตามองภายในบ้าน โดยใช้พลังมิติตรวจดูรอบตัวในระยะ 2 เมตร
นี่เป็นประโยชน์อีกอย่างที่เขาค้นพบจากมิติ หากอยู่ในระยะ 2 เมตร แล้วใช้พลังมิติแนบไว้กับดวงตา ก็จะมองทะลุได้เหมือนมีตาทิพย์ มองทะลุกำแพง พื้น และสิ่งอื่น ๆ ได้ ส่วนอย่างอื่นเขายังไม่ได้ลอง
