พอเข้าไปในลานบ้าน โจวเชาก็ได้ยินเสียงหายใจของคน 3 คนทันทีที่เดินเข้าใกล้ประตูห้อง ห้องหนึ่งมีคนอยู่ 2 คน ส่วนอีกห้องมีคนเดียว
โจวเชาใช้พลังมิติย้ายกลอนประตูที่อยู่ด้านในเข้าไปเก็บไว้ในมิติ จากนั้นเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ แล้วใช้วิธีเดิมลอบเข้าไปในห้องที่มีคนสองคนอยู่
ชายที่นอนไม่หลับคนนั้นระแวดระวังตัวมาก พอเห็นโจวเชายืนอยู่ข้างเตียงก็รู้ตัวทันที
“ใคร...”
เขาเพิ่งส่งเสียง โจวเชาก็ลงมือฟาดจนสลบ
ผู้หญิงที่อยู่ข้างเขาสะดุ้งเพราะเสียงนั้น โจวเชากำลังจะลงมืออีกครั้ง ทว่าเธอพลิกตัว หายใจสม่ำเสมอ เห็นได้ชัดว่ายังไม่ตื่น
โจวเชาคิดจะย้ายผู้ชายคนนั้นเข้าไปในมิติ ไม่นึกว่าจะทำได้จริง
โจวเชาพลันเข้าไปในมิติด้วย แล้วหยิบเสื้อผ้าบนราวข้างเตียงกับรองเท้าของชายที่อยู่บนพื้นติดมือเข้าไปด้วย พอเข้าไปถึงก็เห็นชายที่หมดสตินอนอยู่บนดินเหลือง หน้าอกยังขยับขึ้นลง หายใจเป็นปกติ ไม่มีสิ่งผิดปกติ
ถ้าอย่างนั้น นอกจากโจวเชาแล้ว มิตินี้ยังรองรับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ด้วยหรือ? พอคิดอีกที เขาก็เห็นว่าน่าจะลองเลี้ยงไก่กับเป็ดดูได้
โจวเชามองคนบนพื้นด้วยความโกรธจนแทบลุกเป็นไฟ ชายคนนี้ชื่อหวังฟู่กุ้ย เป็นรองผู้อำนวยการคณะกรรมการปฏิวัติประจำถนน และเป็นพ่อหม้ายแก่ที่โจวหลิงแต่งงานด้วยในชาติก่อน เพียงแต่ตอนนี้ภรรยาของเขายังไม่ตาย
ชาติก่อน โจวต้าฉุยพยายามเอาใจหวังฟู่กุ้ย จึงเล่าเรื่องของโจวหลิงให้ฟัง โจวหลิงหน้าตาสะสวยอยู่แล้ว หลังโจวเชาลงชนบท แม่ของเธอก็เสียชีวิต เธอไร้ที่พึ่ง เป็นลูกพลับนิ่มที่ใครก็รังแกได้ง่าย
หวังฟู่กุ้ยข่มขู่และล่อลวงสารพัด เพื่อให้ได้โจวหลิงมา
