เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละนิด ขณะที่โจวเชาคิดว่าคงไม่ได้คำตอบแล้วและกำลังจะงีบสักครู่ เสียงของชายชราจางก็ลอยมาเข้าหู
“คนในกองผลิตเรียกให้เอ็งไปสอบเป็นหมอเท้าเปล่า คิดว่าเอ็งคงรู้แล้วว่าหลี่เอ้อร์ฝูไม่ใช่คนในกองผลิตของเรา อีกอย่าง ในกองผลิตเราก็ไม่มีใครสอบเป็นหมอเท้าเปล่าผ่าน”
“เรื่องนี้เลขาธิการพูดแล้วครับ มีคนในสถานพยาบาลของคอมมูนคอยขัดขา” โจวเชายังคงนอนอยู่ ตอบกลับอย่างเรียบเฉย
“ใช่แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เอ็งคงพอเข้าใจอยู่บ้าง”
“ก็รองผู้อำนวยการหลี่คนนั้นไม่ใช่หรือครับ?”
“เขาชื่อหลี่ต้าฝู เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของหลี่เอ้อร์ฝู” ชายชราจางพูดจบก็ขับเกวียนวัวไปจอดตรงร่มไม้ข้างทาง
จากนั้นก็พูดต่อ “พวกเขาเป็นคนหมู่บ้านหลี่ ทั้งหมู่บ้านมีแต่คนแซ่หลี่
ในกองผลิตกว่ายี่สิบแห่งของคอมมูนเรา หมู่บ้านหลี่มีคนเกือบสิบคนไปเป็นหมอเท้าเปล่าประจำกองผลิตต่าง ๆ
ทุกครั้งที่คนจากกองผลิตอื่นไปสอบเป็นหมอเท้าเปล่า ไม่มีใครสอบผ่านเลยสักคน...”
โจวเชามีชีวิตชีวาขึ้นมา จึงลุกนั่งฟัง ชายชราจางคราวนี้ไม่ปิดบังอีกแล้ว เล่าทุกอย่างออกมาราวกับเทถั่วจากกระบอกไม้ไผ่
พอฟังจบ โจวเชาก็เข้าใจเรื่องราวในที่สุด—หลี่ต้าฝูอาศัยตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ทำให้คนจากกองผลิตหลายแห่งสอบเป็นหมอเท้าเปล่าไม่ผ่าน คนที่สอบผ่านส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนหมู่บ้านหลี่
จากนั้นเมื่อกองผลิตที่ไม่มีหมอเท้าเปล่าไปขอคนจากสถานพยาบาล หลี่ต้าฝูก็จัดคนหมู่บ้านหลี่ไปเป็นหมอเท้าเปล่าประจำกองผลิตต่าง ๆ แล้วยังตั้งเงื่อนไขอีกด้วยว่า ตลอดทั้งปีไม่ต้องลงแรงงาน แต่ได้คะแนนแรงงานเต็มจำนวน
เพียงแต่โจวเชาคิดไม่ตกว่าหลี่ต้าฝูทำเรื่องยุ่งยากพวกนี้ไปทำไม ดูเหมือนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรโดยตรง
