โนหรานคุ้นชินกับคำอุทานอย่าง “พระเจ้า” “ซาตาน” ที่คนรอบตัวมักเผลอพูดออกมาเป็นครั้งคราวแล้ว
ก็ไม่ต่างอะไรกับ “เทพแห่งความสว่าง” กับ “เทพแห่งความตาย” ในโลกเดิมของเธอนี่นา
แต่โนหรานคิดว่า “พระเจ้า” แทบไม่มีประโยชน์ สู้ “เทพแห่งความสว่าง” ทางฝั่งเธอก็ไม่ได้
อย่างน้อยเทพแห่งความสว่างก็ยังเสแสร้งแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นเป็นครั้งคราว
ส่วนพระเจ้าที่นี่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
ใกล้จะ 4 ทุ่มแล้ว คนที่เดินไปมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ลดน้อยลง เพื่อน ๆ ต่างกลับห้องนอนของตัวเองกันหมด
แมรี พี่เลี้ยงอีกคนตรวจนับจำนวนเด็กเสร็จแล้วก็ปิดไฟ รอบด้านเงียบสงัดลงในพริบตา
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ไม่มีใครพูด มีเพียงเสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นเป็นครั้งคราว
ดูท่าวันนี้เด็กหลายคนคงไม่ได้กินมื้อเย็น
โนหรานหลับตานอนอยู่บนเตียงของตัวเอง สัมผัสองค์ประกอบพลังเวทรอบตัว
……
ให้ตายสิ โลกผีบ้าอะไรเนี่ย!
ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
หรือโลกนี้จะไม่มีเวทมนตร์กันนะ?
โนหรานเพ่งสมาธิไปในห้วงความคิด หนังสือเนโครแมนซีเล่มนั้นกำลังลอยอยู่ในจิตสำนึกของเธอ
ปกหนังสือเป็นสีดำ มีภาพหัวกะโหลกสีเงินวาวอยู่ด้านบน ทุกหน้าบันทึกเวทมนตร์ชนิดหนึ่งเอาไว้
ส่วนหน้าแรกบันทึกวิธีได้รับพลังเวทไว้ว่า—1. ส่งจดหมายเพื่อรับแต้มเวทมนตร์ตามที่กำหนด
มันปรากฏขึ้นมาทันทีหลังจากโนหรานมาถึงโลกใหม่
ต้องส่งจดหมายจริง ๆ เหรอเนี่ย……
โนหรานกลุ้มใจ
แต่เพื่อน ๆ รอบตัวเธอเป็นเด็กกำพร้ากันหมด ไม่รู้จักคนข้างนอกเลย แล้วจะส่งให้ใครล่ะ?
หรือจะออกไปถามข้างนอกดี?
เอ๊ะ?
เดี๋ยวก่อน!
จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวโนหราน
บางทีเธออาจจะ……
“โนหราน ฉันหิวจัง เธอหิวไหม?” ในจังหวะที่โนหรานกำลังจะคว้าความคิดนั้นไว้ เสียงของเอลซีก็ดังขึ้น
ความคิดถูกขัดจังหวะ ความหิวโถมขึ้นมา โนหรานเองก็ได้ยินเสียงท้องประท้วงของตัวเอง
ท้องของเธอเริ่มเหงาแล้ว ต้องการอาหารมาอยู่เป็นเพื่อน
“อืม ฉันก็หิวเหมือนกัน” เธอหันไปตอบเสียงเบา
เอลซียื่นคอออกไปมองซ้ายมองขวา จากนั้นก็แนบปากกระซิบข้างหูโนหราน “งั้นเราไปขโมยของกินกันไหม ฉันรู้ว่ามีที่หนึ่งเก็บของอร่อยไว้เยอะเลย”
เพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ แอบกิน หลังมื้อเย็นครัวจะถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยง ไม่เหลือของกินไว้สักอย่าง
การปล่อยให้หิวก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ผู้ดูแลใช้ลงโทษเด็ก ๆ
โนหรานไม่คิดเลยว่าเอลซีจะยังหาของกินเจอ
“ไป!” โนหรานตอบตกลงโดยไม่ลังเล
ความรู้สึกตอนหิวนี่มันแย่จริง ๆ!
เด็กหญิงสองคนแอบลุกจากเตียง พลางคอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบข้าง มือคลำกำแพงไปด้วย แล้วค่อย ๆ ย่องออกไป
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากว้างมาก มีห้องหลายห้อง แต่ไฟกลับมีน้อย
พอตกกลางคืน ความมืดก็ไหลบ่าเข้ามารอบด้าน ราวกับข้นเหนียว มีกลิ่นฝุ่นเก่ากับน้ำยาฆ่าเชื้อปะปน ทั้งเย็นและหนักอึ้ง
เอลซีกลัวอยู่ตลอดว่าจะมีวิญญาณร้ายพุ่งออกมาจากมุมห้อง
โนหรานไม่กลัว หรือจะพูดว่าเธอออกจะตั้งตารอเจอเจ้าพวกผี ๆ นั่นด้วยซ้ำ
ถือเป็นการ “พบเพื่อนเก่า” ในความหมายหนึ่งก็ได้มั้ง
ทั้งสองจับมือกัน ค่อย ๆ เดินผ่านห้องแล้วห้องเล่าอย่างระมัดระวัง
พอเจอผู้ดูแลออกตรวจ ก็รีบหลบเข้ามุมมืด ยกมือปิดปากตัวเอง ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
ในที่สุด หลังจากคลำทางอยู่นาน ทั้งสองก็ได้กลิ่นหวานจาง ๆ
เป็นกลิ่นธัญพืชที่ลอยออกมาหลังต้มสุก
โนหรานสูดเข้าไปเต็มปอด……หอมชะมัด!
เอลซีรอไม่ไหวแล้ว เธอดึงโนหรานวิ่งไปยังห้องที่มีกลิ่นหอมลอยออกมา
แสงอุ่นสลัวส่องลอดออกมาจากช่องประตู ช่วยบอกทางให้ทั้งคู่เห็นชัดเจน
เอลซีจับลูกบิดประตูแล้วพยายามเปิด แต่ประตูกลับไม่ขยับเขยื้อน
ประตูถูกล็อกไว้
“ให้ตายสิ!” เอลซีสบถออกมา
อารมณ์ของเธอดิ่งลงเหวทันที ถึงขั้นอยากเตะตรงตำแหน่งที่ล็อกให้เต็มแรง
ขณะที่เอลซีกำลังจะลงมือ โนหรานก็คว้าเธอไว้
โนหรานเข้าใจเธอดี
คนเราพอหิวจนถึงขีดสุด ก็ยากจะควบคุมสติได้
เอลซีแค่อยากกินอะไรสักอย่างเท่านั้น
แต่ตอนนี้พวกเธอจะให้ใครจับได้ไม่ได้
“มีคนมา” โนหรานได้ยินเสียงฝีเท้า
ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะแวบเข้าไปหลบในมุมห้องอย่างรู้ใจกันโดยไม่ส่งเสียงสักนิด
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เสียงหนึ่งหนักและเร็ว อีกเสียงเบาแต่สับสน
แสงปรากฏขึ้นก่อน
มันเลื่อนออกมาจากมุมกำแพง ส่องเฉียงไปบนพื้นจนกลายเป็นวงรีที่ยืดยาว
แสงนั้นมาจากไฟฉาย
หลังเงาแสงปรากฏคนสองคน คนหนึ่งคือซีเยนา ผู้ดูแล อีกคนเป็นเด็กผู้หญิง
เด็กสาวแต่งตัวสะอาดสะอ้าน สวมชุดนอนสีขาว ปล่อยผมยาวสยาย ดูอายุราว 15 ปี
โนหรานเคยเห็นเธอแค่ไม่กี่ครั้ง ไม่ได้สนิทกัน
ซีเยนาเดินไปถึงหน้าห้องแล้วหยิบกุญแจจากเอวมาไขประตู
จากนั้นก็หันไปสั่งเด็กสาวว่า “รออยู่ตรงนี้”
เด็กสาวทำหน้าเฉยชา ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ ยืนรออยู่ข้างนอกอย่างว่าง่าย ไม่พูดไม่ขยับ
มีเพียงลูกตาที่เคลื่อนไหวเล็กน้อย
ไม่นานผู้ดูแลก็ออกมา ในมือถือถาดใบใหญ่ที่วางอาหารหน้าตาประณีต น้ำชา และเทียนที่จุดไฟแล้วหนึ่งเล่ม
“หวังว่าเธอจะรู้จักดูสถานการณ์บ้าง รีบทำให้ไว อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลา” ผู้ดูแลพูดอย่างไม่ไว้หน้า
โนหรานกับเอลซีที่ซ่อนอยู่ในมุมห้องไม่ค่อยเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
แต่ทันทีที่ผู้ดูแลพูดจบ เด็กสาวก็รับเทียนไปถือไว้เองอย่างรู้หน้าที่
ดูเหมือนผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งจนชำนาญแล้ว
ภายใต้แสงเทียนที่สั่นไหว ผู้ดูแลประคองอาหาร พาเด็กสาวมุ่งหน้าไปทางบันได
พวกเธอขึ้นไปยังชั้นสอง
“ประตูยังเปิดอยู่!” เอลซีเขย่าแขนโนหรานอย่างตื่นเต้น
“ลงมือ!” โนหรานตัดสินใจทันที ดึงเอลซีพุ่งเข้าไปในห้อง พร้อมเตือนว่า “หยิบของที่ดูไม่ออกว่าหายไปกี่ชิ้น แล้วก็ไม่มีกลิ่นนะ”
แบบนี้จะได้ไม่ถูกจับได้ง่าย ๆ แถมยังแอบมาขโมยได้อีกหลายครั้ง
ทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หยิบมาได้สองสามกำมือก็รีบออกจากห้อง กลัวว่าซีเยนาจะกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่โนหรานขโมยของ เธอตื่นเต้นจนหัวใจแทบกระดอนขึ้นมาถึงคอ
จนกระทั่งออกห่างจากบริเวณห้องนั้นแล้ว เธอถึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฟู่ว……
โชคดีที่ไม่ถูกจับได้
ตื่นเต้นสุด ๆ!
โนหรานตบอกตัวเองเบา ๆ พอหันกลับไปก็เห็นเอลซีกินไปแล้ว
แก้มป่องตุ่ย เห็นชัดว่ากำลังเคี้ยวอะไรอยู่ มือข้างหนึ่งกำขนมปังไว้หลายชิ้น ส่วนอีกข้างกำลูกอมทอฟฟี่ไว้เต็มกำมือ
ไม่ปล่อยให้เสียพื้นที่ไปเปล่า ๆ เลยสักนิด
โนหรานสู้เธอไม่ได้ หยิบมาแค่ขนมปังก้อนเล็ก ๆ กับมันฝรั่งต้มไม่กี่หัว
ความกล้าของเธอยังมีไม่พอจริง ๆ
ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองขาดทุนเลยนะ
“ง่ำ!” ช่างเถอะ กัดมันฝรั่งสักคำระบายอารมณ์ดีกว่า
อื้ม~ หอมจริง!
เพราะหิวมาก ทั้งคู่จึงกินกันอย่างตะกละตะกลาม
คนหนึ่งสำลัก อีกคนก็ยังเหลือมือไว้ช่วยตบหลังให้
……
“อิ่มแล้วรู้สึกดีจริง ๆ” เอลซีค่อย ๆ กินช้าลง ในที่สุดก็มีเวลาพูดความรู้สึกออกมา
“ใช่เลย” โนหรานเห็นด้วย
คุณปู่ของเธอเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ มีฐานะสูงส่ง เธอจึงมีอาหารและเสื้อผ้าพร้อมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยหิวท้องกิ่วมาก่อน
สามเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้เธอได้สัมผัสชีวิตอีกแบบหนึ่ง
ยากจน หนาวเหน็บ ไม่มีอิสระ แถมยังถูกตีถูกด่าอยู่บ่อย ๆ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี
น่าสงสารชะมัด
เป็นเด็กกำพร้านี่น่าเวทนาจริง ๆ
“จริงสิ ดึกป่านนี้แล้ว ซีเยนาถืออาหารไปให้ใครเหรอ? แล้วพี่สาวคนนั้นเป็นใครกัน? ทั้งที่มีไฟฉายอยู่แล้ว ทำไมยังต้องถือเทียนไปด้วยล่ะ?” โนหรานนึกถึงเด็กสาวคนนั้นขึ้นมา
เธอยังไม่คุ้นเคยกับโลกนี้ และไม่ค่อยเข้าใจพฤติกรรมของซีเยนากับเด็กสาว หลายเรื่องก็ได้เอลซีเป็นคนอธิบายให้ฟัง
