ฝนตกไม่หยุดเลย สาดใส่ตัวคนจนหนาวยะเยือกไปถึงกระดูก
ขบวนรถเพิ่งแล่นออกมาได้ไม่นาน เฉินกุยก็เข้าไปนั่งในห้องคนขับแล้ว ในกระบะรถเหลือแค่จางเต๋อไฉกับพลปืนใหญ่สองนายที่มุดอยู่ใต้ผ้าใบคลุมเฝ้าดูแลปืนกัน
ส่วนในรถถังเบารุ่น 95 ที่เป็นคันนำ หลิวซู่เจียงต้องเบียดตัวอยู่ในห้องขับ มือทั้งสองข้างกำคันบังคับ จ้องเป๋งไปที่ช่องมองแคบ ๆ ในขณะที่หูก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำอย่างตื่นเต้นของหลี่อิงอู่ไม่หยุด
“ผู้บังคับหมวด พวกเราได้นั่งอยู่ในเจ้าเต่าเหล็กนี่แล้วก็ไม่ต้องกลัวปืนกลพวกผีญี่ปุ่นแล้วใช่ไหมครับ”
“ผู้บังคับหมวด ท่านว่าถ้าเจอพวกผีน้อย ผมควรจะยิงปืนกลก่อน หรือยิงปืนครกก่อนดี”
“ผู้บังคับหมวด ผมขอลองยิงปืนครกสักนัดได้ไหม ผมยังไม่เคยได้ยิงเลยนะ”
“ผู้บังคับหมวด...”
“หุบปาก!”
ในที่สุดหลิวซู่เจียงก็ระเบิดออกมา เสียงตะคอกของเขาเกือบจะกลบเสียงเครื่องยนต์รถถังเสียด้วยซ้ำ
“ถ้าเอ็งยังพล่ามไม่เลิกอีก ข้าจะจับเอ็งยัดใส่กระบอกปืนใหญ่ยิงออกไปเดี๋ยวนี้ เชื่อไหม”
หลี่อิงอู่อ้าปากค้าง จ้องมองแผ่นหลังของหลิวซู่เจียงอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร
สีหน้าแบบนั้น ดูราวกับเด็กที่ถูกแย่งลูกอมน้ำตาลปึกไปยังไงยังงั้น ไม่เหลือแววเกรียงไกรเยือกเย็นของมือสังหารที่ยิงพวกผีน้อยตายไปต่อหน้าสถานีรถไฟแม้แต่น้อย
หลิวซู่เจียงรู้ว่าตัวเองพูดแรงไปหน่อย เขาสูดหายใจลึก เตรียมจะเอ่ยปากปลอบ
“แตร...แตร!”
เสียงแตรสั้น ๆ สองดังจากนอกห้องขับ ขัดจังหวะคำพูดของเขาเสียก่อน
หลิวซู่เจียงเหลือบมองหลี่อิงอู่อย่างระอาแล้วเชิดคางไปทางประตูห้องโดยสาร
