เมิ่งเซิงเม้มริมฝีปาก แววตาหม่นลงเล็กน้อย ในดวงตาฉายความเย็นชาและเฉยเมย
ไม่เป็นไร ขายก็ขายไป
ขายไปก็ดีเหมือนกัน
ถึงตอนนั้นพอเธอเอาบ้านพักตากอากาศที่ยวี้หลานฟู่ตี้คืนมาได้ แล้วทวงเงินสามแสนที่เธอให้ยืมไปกลับคืนมา หนิงเวยเวยจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนและรู้สึกอย่างไรนะ
ยากจนข้นแค้น?
อับจนหนทาง?
เธอก็แอบตั้งตารออยู่เหมือนกัน
เมิ่งเซิงพักผ่อนอยู่ที่บ้านสองวัน ชางปออวี้ก็เฝ้าอยู่ข้างกายไม่ห่าง คอยทำอาหารให้ สระผมและเป่าผมให้ ทั้งเอาใจใส่และอ่อนโยน
คุณหนางแม่บ้านเห็นแล้วก็เอ่ยชมหลายครั้ง
เขาใส่ใจเธอมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยรู้สึกว่าเขาละเลยเธอแม้แต่น้อย
ตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน เขามอบความรู้สึกปลอดภัยให้เธออย่างเต็มที่
ความรักของเขาอาจเป็นเรื่องจริง แต่การทรยศและนอกใจก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน
เพราะอย่างนั้นเมิ่งเซิงจึงมองเขาไม่ออก
แต่เธอกลับได้เข้าใจอย่างแท้จริงว่า ความจริงใจเป็นสิ่งที่แปรเปลี่ยนได้ในพริบตา
ไม่มีใครหยั่งรู้มันได้อย่างแท้จริง
จนกระทั่งสีหน้าของเธอดีขึ้นจริง ๆ และหมอก็บอกว่าไม่มีปัญหาแล้ว เมิ่งเซิงถึงได้ออกจากบ้านไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
สถานที่จัดนิทรรศการเดี่ยวของชิวอี้ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ภายในงานจะจัดแสดงภาพวาดทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดภาพ
เลือกจุดวางภาพวาดขนาดเล็กหลายภาพไว้แล้ว ส่วนภาพหลักของทั้งสี่โซนจัดแสดงก็กำหนดไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ติดตั้ง
แต่เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงวันจัดนิทรรศการแล้ว
โชคดีที่วันสุดท้ายของเดือนตุลาคม ชิวอี้เดินทางกลับประเทศ
เมิ่งเซิงไปรับเธอที่สนามบิน
ทั้งที่ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่ชิวอี้ที่เข็นรถเข็นสัมภาระออกมากลับแต่งตัวบางเบาเรียบง่าย ด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว ทับด้วยเสื้อโค้ตขนแกะสีดำและกระโปรงหนังยาวคลุมเข่า
เธอมีใบหน้าสวยสะดุดตาและงดงามเย้ายวน ดวงตาจิ้งจอกคู่นั้นดูเป็นฝ่ายรุกอย่างยิ่ง รัศมีอันแข็งแกร่งและความกดดันที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแผ่เข้าปะทะ ผู้คนรอบข้างต่างเผลอเว้นระยะห่างจากเธอ
