ระหว่างที่เสิ่นหรูอี้กำลังคิดเรื่องนี้ เธอก็เดินไปเคาะประตูห้องของซูอัน
หลังซูอันเปิดประตูออกมา พอเห็นว่าคนที่มาคือเสิ่นหรูอี้ คิ้วก็ขมวดมุ่นขึ้นมาทันที
“มีธุระอะไร?”
ซูอันถามเสียงเย็นชา
ความประทับใจที่เธอมีต่อเสิ่นหรูอี้ไม่ค่อยดีนัก เวลาพูดด้วยจึงไม่ได้สุภาพอะไรเป็นพิเศษ
เสิ่นหรูอี้ไม่พอใจกับท่าทีของซูอันอยู่บ้าง
“ฉันมาขอยืมจักรยานเธอ อยากเข้าอำเภอสักหน่อย ได้ยินจากปัญญาชนหลินว่าหน่วยผลิตของเรามีจักรยานอยู่แค่คันเดียว เป็นของเธอ”
เมื่อเห็นเสิ่นหรูอี้มาขอยืมของแต่ยังเชิดหน้าวางท่า ซูอันก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบเธอเข้าไปใหญ่
มาขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีท่าทีของคนมาขอเลยสักนิด คิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูใหญ่จริง ๆ หรือไง?
ฐานะทางบ้านของเสิ่นหรูอี้อาจจะดีจริง แต่ซูอันไม่คิดจะตามใจเธอ
“ไม่ให้ยืม”
พอถูกซูอันปฏิเสธตรง ๆ เสิ่นหรูอี้ก็โกรธจัด
เธอมองซูอันอย่างขุ่นเคือง ก่อนถามเสียงแข็งว่า “ทำไมเธอไม่ให้ฉันยืม? พวกเราก็เป็นปัญญาชนที่ถูกส่งลงชนบทเหมือนกัน ทำไมเธอถึงขี้เหนียวแบบนี้?”
ซูอันเริ่มหมดความอดทนกับเสิ่นหรูอี้ “ของของฉัน ฉันอยากให้ยืมก็ให้ ไม่อยากให้ก็ไม่ให้
ถ้าไม่มีธุระก็รีบไสหัวไป อย่ามาพูดมาก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันตบปากเธอ”
ใบหน้าของเสิ่นหรูอี้แดงก่ำ
“ฉันไม่ได้จะยืมจักรยานฟรี ๆ นะ เธอให้ฉันยืม แล้วฉันจะจ่ายค่าตอบแทนให้หนึ่งหยวน ดีไหม?”
เธอคิดว่าถ้าเสนอค่าตอบแทนหนึ่งหยวน ซูอันให้ยืมจักรยานสักครั้งก็ไม่มีทางขาดทุน เรื่องที่ได้ประโยชน์แบบนี้ เธอไม่เชื่อหรอกว่าซูอันจะปฏิเสธ
