เชียวอวี้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลงด้านหลังเขา
ริมฝีปากของเขาเม้มเล็กน้อย แววตาสะอาดบริสุทธิ์
“พี่จำผมไม่ได้แล้วเหรอครับ?”
กาแฟในมือหลินชิงเจาส่ายไหว เกือบหกออกมา
“...ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่?”
“มาทำงานไงครับ” เชียวอวี้ยกคางขึ้นเล็กน้อย มองไปทางปลายทางเดิน “ผมมาฝึกงาน อยู่ชั้นแปด ชั้นเดียวกับพี่เลยนะครับ”
ในหัวของหลินชิงเจาดังหึ่งขึ้นมา
ชั้นแปด... เด็กฝึกงานเส้นใหญ่ที่วันนี้เธอต้องดูแล คนที่นัดกันไว้ว่าจะมาทำงานตอนแปดโมงครึ่ง
จะบังเอิญขนาดนั้นเชียว?
เธอกัดฟันกรามแน่น “คุณชื่ออะไร?”
“เชียวอวี้ครับ” เขายิ้มบาง ๆ ก้มตามองเธอ “เมื่อคืนผมบอกพี่แล้ว พี่จำไม่ได้เอง”
คำพูดนี้ทำให้เธอต่อบทไม่ถูก หลินชิงเจาเม้มริมฝีปากแน่น ไม่พูดกับเขาต่อ หันหลังเดินเร็ว ๆ ไปทางห้องทำงาน
เธอรู้สึกได้ว่าสายตาคู่นั้นจับจ้องแผ่นหลังของเธออยู่ตลอด จนกระทั่งร่างของเธอลับหายไปตรงมุมห้องพักดื่มชา
เธอนั่งลงหน้าโต๊ะทำงาน ผ่อนลมหายใจออกมา วางแก้วกาแฟไว้ตรงมุมโต๊ะ แล้วเปิดคอมพิวเตอร์
เธอเปิดดูข้อมูลของเด็กฝึกงาน
ชื่อ: เชียวอวี้ อายุยี่สิบสองปี นักศึกษาจบใหม่จากคณะการเงิน มหาวิทยาลัยจิงตู ระหว่างเรียนมีผลการเรียนติดสามเปอร์เซ็นต์แรกของคณะ ได้รับรางวัลบัณฑิตดีเด่นระดับมหาวิทยาลัย
อดีตสมาชิกทีมเยาวชนทีมขี่ม้าทีมชาติ แชมป์การแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางระดับเยาวชนทั่วประเทศ เขายุติเส้นทางนักกีฬาเพราะม้าคู่หูเกษียณ แล้วจึงมาฝึกงานที่กลุ่มเซิ่งหยวน
ด้านล่างยังแนบรูปถ่ายติดบัตรไว้รูปหนึ่ง
คนในรูปมองกล้อง ดวงตาหยีโค้งขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเหมือนกับตอนที่ยืนมองเธออยู่ในลิฟต์เมื่อครู่นี้ไม่มีผิด
หลินชิงเจาปิดหน้าจอ ลุกขึ้นไปห้องน้ำ
เพิ่งเลี้ยวพ้นทางเดิน ก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานสองคนกำลังคุยกัน
“นี่ เห็นเด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาเมื่อกี้หรือยัง?”
“เห็นแล้ว หน้าตาแบบนั้นยังมาฝึกงานอีกเหรอ? ฉันนึกว่าฝ่ายไหนเพิ่งจ้างนายแบบมาเสียอีก”
“ได้ยินว่ายังเป็นสามอันดับแรกของคณะการเงินมหาวิทยาลัยจิงตูด้วยนะ ฝ่ายบุคคลบอกว่าตอนแรกเขาส่งประวัติสมัครตำแหน่งวิเคราะห์การลงทุน แต่สุดท้ายกลับขอย้ายมาชั้นแปดเพื่อร่วมทำโปรเจกต์เอง”
“ทำไปทำไมล่ะ?”
“ใครจะรู้ อาจเพราะชั้นแปดมีสาวสวยเยอะมั้ง”
“...หรือว่ามาเพราะจางลี่ลี่เหมือนกัน?”
“ไม่น่ามั้ง ทำไมเป็นจางลี่ลี่อีกแล้วล่ะ? ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะสวยอะไรขนาดนั้น ทำไมผู้ชายถึงชอบกันหมดนะ? เพราะเธอชอบทำเสียงออดอ้อนหรือไง?”
ในบริษัทมีสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่สุดก็คือข่าวซุบซิบ หลินชิงเจาชะงักฝีเท้าไปสองวินาที ก่อนเดินผ่านไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หน้ากระจกเหนืออ่างล้างมือ รอยตรงแอ่งกระดูกไหปลาร้ายังเลือนรางให้เห็น เธอจ้องมันอยู่หลายวินาที แล้วทาคอนซีลเลอร์เพิ่มอีกชั้น ตามด้วยแป้งหนา ๆ อีกชั้น
เธอบอกตัวเองให้ใจเย็น พวกเราต่างก็เป็นผู้ใหญ่ เรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างยินยอม
ตอนเดินกลับมา เพื่อนร่วมงานจากฝ่ายบุคคลกำลังพาใครคนหนึ่งเดินมาพอดี
หญิงสาวยิ้มแย้ม “พี่ชิงเจาคะ นี่คือเชียวอวี้ เด็กฝึกงานคนใหม่ที่มารายงานตัววันนี้ค่ะ หัวหน้าบอกให้พี่ช่วยดูแลเขาค่ะ”
เชียวอวี้ยืนอยู่ด้านหลังเธอ พยักหน้าให้หลินชิงเจาเล็กน้อย “สวัสดีครับคุณครูหลิน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
หลินชิงเจานั่งอยู่บนเก้าอี้ เงยหน้ามองเขา
วันนี้คอเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาติดกระดุมแน่น รอยแดงบริเวณโคนคอไม่เหลือให้เห็นแม้แต่น้อย ดูเผิน ๆ ก็เป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ที่สะอาดสะอ้านคนหนึ่ง
รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้านั้นช่างดูว่าง่ายเสียจนเธอนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวกับเมื่อคืน ที่ทำเอาเธอขาสั่นอยู่ในรถ
“อืม” เธอพยักหน้า แล้วเลื่อนแฟ้มเอกสารที่เตรียมไว้ไปให้ “นี่คือเนื้อหาที่คุณต้องทำความคุ้นเคยในสัปดาห์นี้ อ่านก่อน อ่านจบแล้วค่อยมาหาฉัน”
“ขอบคุณครับคุณครูหลิน”
หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลออกไป ในห้องทำงานก็เหลือเพียงพวกเขาสองคน
บรรยากาศกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง อย่างไรเสียเมื่อคืนทั้งคู่เพิ่ง “เปิดอกคุยกัน” ในรถ แถมยังสั่นสะเทือนกันอยู่นาน...
เธอไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้เจอผู้ชายคนนี้อีก แถมยังกลายเป็นเด็กฝึกงานของเธอด้วย
หลินชิงเจาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำทีเป็นอ่านอีเมล ขณะที่หางตาเห็นเชียวอวี้นั่งลงตรงที่ว่างข้างเธอ เขาเปิดแฟ้ม หยิบปากกาขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างบนหน้าแรก
เธอทำทีเป็นเดินไปหยิบเอกสารแถวเครื่องพิมพ์ ตอนเดินผ่านเขาก็แอบเหลือบมองอย่างรวดเร็ว
เขาเพิ่งเขียนเสร็จ ฝาปากกายังไม่ได้ปิด บนกระดาษมีอักษรสองตัว: เชียวอวี้
ลายมือหวัดแกมบรรจง เขียนได้ไม่เลว
เธอยืนอยู่หน้าเครื่องพิมพ์สิบวินาที แต่กลับไม่ได้พิมพ์กระดาษออกมาสักแผ่น
ตอนกลับมาที่นั่ง เชียวอวี้กำลังก้มหน้าอ่านเอกสาร ท้ายทอยเผยผิวออกมาเล็กน้อย ผมที่ตัดสั้นดูเรียบร้อย ไม่เหมือนตอนเมื่อคืนในรถที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเลยสักนิด
หลินชิงเจาละสายตากลับมา เปิดวีแชตส่งข้อความหาเจิ้งจู
“แย่แล้ว”
เจิ้งจูตอบกลับทันที “?”
“เด็กฝึกงานคนนั้นคือคนเมื่อคืน”
ฝั่งเจิ้งจูเงียบไปหลายวินาที ก่อนส่งเครื่องหมายอัศเจรีย์ยาวเหยียดมา ตามด้วยข้อความเสียงหนึ่งข้อความ
หลินชิงเจายกโทรศัพท์แนบหู เจิ้งจูพูดเสียงเบา ทั้งบ้าคลั่งทั้งตื่นเต้น
“หลินชิงเจา เธอนี่มันบ้าจริง ๆ เธอจัดการเด็กฝึกงานไปแล้วเหรอ? แถมยังเป็นเด็กฝึกงานที่เธอต้องดูแลต่อจากนี้ด้วยเนี่ยนะ? นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?”
หลินชิงเจาคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไรกันแน่
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ลุกขึ้น ถือแก้วกาแฟไปเติมน้ำที่ห้องพักดื่มชา
พอเห็นเธอลุกขึ้น เชียวอวี้ก็ลุกตาม เขาถือแฟ้มเอกสารเดินตามเธอเข้ามา แล้วยังเอื้อมมือปิดประตูกระจกของห้องพักดื่มชาตามหลังด้วย
ห้องพักดื่มชาแห่งนี้ไม่ใหญ่ มีเก้าอี้สูงสองตัวตั้งอยู่ข้างหน้าต่าง เครื่องชงกาแฟอยู่ทางซ้ายมือ
หลินชิงเจายืนเติมน้ำหน้าเครื่องชงกาแฟ เชียวอวี้วางแฟ้มลงบนเคาน์เตอร์ ยืนอยู่ข้างเธอ ไม่พูดอะไร เพียงรอเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้น
หลินชิงเจาเหลือบเห็นเขาจากหางตา ชั่วขณะหนึ่งเธอไม่รู้เลยว่าควรใช้ท่าทีแบบไหนเผชิญหน้ากับเขา
ถ้ารู้ว่าผู้ชายคนนี้จะกลายเป็นเด็กฝึกงานของเธอ ให้ตายเธอก็ไม่มีทางขึ้นรถเขา
แต่โลกนี้ไม่มีคำว่าถ้า... นี่เป็นเพียงสมมติฐานที่เป็นไปไม่ได้...
ความจริงคือเมื่อคืนเธอไม่เพียงขึ้นรถเขา แต่ยังมีอะไรกันด้วย แถมเธอยังเป็นฝ่ายเริ่มก่อน...
“ไม่ไปโรงแรม อยู่ในรถได้ไหม?... ตอนนี้ฉันอยากแล้ว”
เมื่อคืนตอนเธอพูดประโยคนี้ เสียงของเธออ่อนหวานเย้ายวนราวกับถูกวางยา
มือข้างหนึ่งของเขาโอบรัดเอวเธอไว้ อีกข้างกดแผ่นหลังเธอเข้าหาตัว “ในรถพื้นที่แคบ พี่อาจจะไม่ค่อยสบายตัวนะครับ”
“...เชื่อฟังหน่อย อย่าพูดแล้ว ช่วยพี่หน่อย”
ความทรงจำเพียงชั่ววูบทำให้ปลายหูของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หลินชิงเจาดึงสติกลับมาอย่างฉับพลัน แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เชียวอวี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนไม่ได้สังเกตเห็นอะไร เขาเอียงหน้ามองเธอเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนโยนไร้พิษภัยยิ่งกว่าเดิม “คุณครูหลิน จะให้ผมเติมน้ำตาลในกาแฟให้ไหมครับ?”
หลินชิงเจาปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่ต้อง ขอบคุณ”
หลังเสียงน้ำไหลหยุดลง ห้องพักดื่มชาก็เงียบเกินไป
“พี่ครับ” จู่ ๆ เชียวอวี้ก็ลดเสียงลง ราวกับกำลังกระซิบทำเรื่องไม่ดี “เงินที่พี่ให้ผมเมื่อคืน ผมไม่ได้แตะเลยสักหยวน”
“ผมไม่กล้าใช้ครับ” ระหว่างพูด เชียวอวี้ก็ล้วงซองจดหมายออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท วางลงบนเคาน์เตอร์แล้วเลื่อนมาตรงหน้าเธอ
“นี่คือเงินที่พี่ให้ผมเป็นค่าตัว ถ้าเอาไปใช้ เรื่องเมื่อคืนก็จะกลายเป็นการซื้อขายจริง ๆ”
