ฉินซุยซุยหยิบห่อขนมเล็ก ๆ ลงจากจักรยาน แล้วลูบหัวจ้านจ้าน “เด็กดี พี่หูจื่อเอาผลไม้มาให้ลูก ลูกจะให้ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอบแทนพี่เขาหน่อยไหม เอาขนมที่พ่อกับแม่เอากลับมาจากข้างนอกครั้งนี้ไปให้พี่หูจื่อสักหน่อยดีไหม”
จ้านจ้านคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบหยิบข้าวห่อใบบัวไก่สองชิ้นออกจากถุงที่ฉินซุยซุยแขวนไว้บนแฮนด์จักรยาน แล้วเงยหน้ามองเธอ “แม่คะ เราเอาข้าวห่อใบบัวไก่สองชิ้นนี้ให้พี่หูจื่อเถอะ เมื่อกี้พี่เขาบอกว่าแม่ป่วย ข้าวห่อใบบัวไก่มีทั้งข้าวทั้งเนื้อ กินแล้วแม่ของพี่เขาอาจจะหายป่วยก็ได้นะคะ!”
คำพูดไร้เดียงสาของจ้านจ้านทำให้ใจฉินซุยซุยกระตุกวูบ เซี่ยถิงป่วยงั้นหรือ? ในนิยายต้นฉบับไม่ได้บอกว่าเซี่ยถิงเสียชีวิตเมื่อไร เพียงบอกว่าหลังจากรู้จักกับพระเอกอย่างโจวเจ๋อเฉิงได้ไม่นาน เธอก็จากไป ตอนนี้เพราะเธอเข้ามาขัดจังหวะ ทั้งสองจึงไม่ได้สนิทสนมกับโจวเจ๋อเฉิง แต่ลองนับเวลาดูแล้ว ก็ใกล้เคียงกับช่วงนี้เหมือนกัน
เธอหันไปมองหมั่ยตงโดยไม่รู้ตัว และเห็นว่าเขามีสีหน้าร้อนใจจริง ๆ แต่เขาอยู่ในตำแหน่งสูงมานาน จึงรีบเก็บสีหน้าผิดปกติ แล้วหันมาสบตากับฉินซุยซุย
ฉินซุยซุยจูงมือจ้านจ้าน พากันวิ่งตามไปยังทางเดินเล็ก ๆ จากสวนผักไปยังเขาหลัง
หูจื่อเอาผลไม้มาส่งให้จ้านจ้านกับอาต้าเสร็จ ก็หันหลังเดินไปทางคอกวัวตั้งนานแล้ว
จ้านจ้านถือข้าวห่อใบบัวไก่สองชิ้น วิ่งนำหน้าไปพลางร้องเรียก “พี่หูจื่อ พี่หูจื่อ รอหนูด้วย! หนูมีของขวัญจะให้พี่ด้วย!”
พอได้ยินเสียงจ้านจ้าน หูจื่อก็หันกลับมาด้วยความงุนงง เมื่อเห็นฉินซุยซุยอยู่ด้วย เขาก็รีบพยักหน้าทักทายเธอ
ฉินซุยซุยลูบหัวหูจื่อ เด็กน้อยคงตามคนในคอกวัวไปทำงานในป่าทุกวัน จึงถูกแดดจนผิวคล้ำกว่าจ้านจ้านเสียอีก แต่กลับยิ่งขับให้ดวงตาคู่นั้นดูดำขลับเป็นประกาย ดวงตาหางหงส์ที่เฉียงขึ้นเล็กน้อยเหมือนหมั่ยตงแทบทุกกระเบียดนิ้ว
ได้ยินเสียงฝีเท้าหมั่ยตงเดินเข้ามา ฉินซุยซุยแน่ใจว่าเขาได้ยินแล้ว จึงเอ่ยถาม “หูจื่อ เมื่อกี้พี่ได้ยินจ้านจ้านบอกว่าแม่ป่วย เกิดอะไรขึ้นหรือ ยาที่พี่ให้ไปก่อนหน้านี้กินหมดหรือยัง”