โธ่เอ๊ย ไม่เสียทีที่เป็นผู้นำ แค่พูดไม่กี่คำก็สังเกตเห็นพิรุธแล้ว!
ฉินซุยซุยพยักหน้าหงึก ๆ “ใช่ค่ะ ฉันเจอปัญหานิดหน่อย คุณพาคนมาช่วยสักสองสามคนได้ไหมคะ ยิ่งเร็วยิ่งดี!”
ผู้บังคับการหมวดเจียโบกมือเรียกทหารยามที่อยู่ด้านนอก พลางถามฉินซุยซุย “บอกที่อยู่มา”
ฉินซุยซุยรีบบอกที่อยู่ของบ้านหลังนั้นให้ฟัง พอวางสายก็เร่งปั่นจักรยานกลับไปทันที เธอต้องไปเฝ้าที่นั่น เป็ดที่อยู่ในมือแล้วจะปล่อยให้บินหนีไปไม่ได้!
จากเขตบ้านพักทหารปั่นจักรยานไปตัวเมืองใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ส่วนผู้บังคับการหมวดเจียกับพวกขับรถมาเร็วกว่ามาก ไม่ถึงสิบห้านาที ฉินซุยซุยก็เห็นผู้บังคับการหมวดเจียในชุดพลเรือนเดินนำชายสองคนมาแต่ไกล
ฉินซุยซุยรีบวิ่งเข้าไปโบกมือเรียก แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ ชายสองคนที่เดินตามหลังผู้บังคับการหมวดเจียก็พุ่งมาขวางเธอไว้ทันที แถมยังตวาดเสียงเข้ม “ทำอะไร? ถอยไปให้ห่าง!”
ฉินซุยซุยยืนงงอยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยนึกได้ว่าตอนนี้เธอแต่งตัวมอมแมมขนาดนี้ ต่อให้แม่แท้ ๆ มาเห็นก็คงจำไม่ได้ เธอรีบถอดผ้าคลุมศีรษะออก แล้วใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าแบบลวก ๆ สองสามที ก่อนจะพูดกับผู้บังคับการหมวดเจีย “ผู้บังคับการหมวดคะ ฉันเองค่ะ ฉินซุยซุย!”
คราวนี้ผู้บังคับการหมวดเจียถึงจำได้ว่าแม่เฒ่าท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ตรงหน้าคือเด็กสาวผิวขาวสะอาดคนนั้น ถ้าไม่ใช่สถานการณ์ไม่เหมาะ เขาคงหัวเราะออกมาแล้ว
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามารำลึกความหลัง ฉินซุยซุยขยับเข้าไปใกล้ผู้บังคับการหมวดเจีย แล้วกระซิบบอกสิ่งที่เธอพบทั้งหมด สีหน้าของผู้บังคับการหมวดเจียพลันเย็นชาลง ไอ้สายลับชั่ว! ถึงกับแฝงตัวเข้าไปในหมู่ปัญญาชน แถมยังคิดจะเล่นงานเขตทหารของพวกเขาอีก!
เขาหันไปเรียกคนด้านหลัง อีกกลุ่มหนึ่งก็รีบตามเข้ามา ทุกคนเดินตามฉินซุยซุยเข้าไปในลานบ้านหลังเล็ก ก่อนพวกเขาจะมาถึง ฉินซุยซุยกะเวลาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงลากปัญญาชนจางออกมาจากมิติ แล้วโยนทิ้งไว้บนพื้นในลานบ้านตามสบาย
พอผู้บังคับการหมวดเจียก้าวเข้าประตู ก็เห็นชายคนหนึ่งขาหักและหมดสตินอนอยู่ เขาตกใจไปชั่วขณะ ก่อนหันไปมองฉินซุยซุย เด็กสาวแขนขาเล็กบางคนนี้เล่นงานผู้ชายคนหนึ่งจนล้มได้อย่างนั้นหรือ?
