ฉินซุยซุยวิ่งไปค้นตู้เสื้อผ้าอยู่พักใหญ่ อาศัยตู้บังสายตาแล้วหยิบของกองใหญ่จากมิติออกมา จากนั้นก็หยิบให้เพ่ยจิ่วเหยียนดูทีละอย่าง
“นี่ อันนี้คือวิตามินซี พวกคุณอยู่กลางทะเล หาโอกาสกินผักผลไม้สดได้ยาก ปากเลยเป็นแผลได้ง่าย แถมทรมานมาก กินอันนี้เสริมวิตามินไว้ช่วยป้องกันได้”
“ส่วนพวกนี้เป็นยารักษาบาดแผล ยาแก้หวัด แล้วยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าพวกคุณมีหรือเปล่า แต่ยังไงคุณก็เอาติดตัวไปให้หมด เผื่อไว้ก่อน”
“ขนมพวกนี้ก็เอาไปกินด้วยนะ หิวเมื่อไรกินรองท้องได้ อันนี้เรียกว่าขนมพานหลง เวลากินก็หั่นเป็นแผ่นแล้วนึ่งให้สุกก็พอ น่าเสียดายที่ไม่มีผัก แต่ฉันมีเมล็ดพันธุ์ผัก อีกสองสามวันนี้จะถางที่ตรงนั้นในลานบ้านแล้วปลูกเลย!”
“ส่วนพวกนี้...”
เมื่อเห็นปากเล็ก ๆ ของเธอพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด เพ่ยจิ่วเหยียนก็แทบอยากก้มลงไปกัดสักคำ แต่ยังไม่ได้ ตอนนี้ยังเร็วเกินไป เดี๋ยวจะทำเธอตกใจ
เพ่ยจิ่วเหยียนรออย่างอดทนจนเธอพูดทุกอย่างจบ ถึงได้ยิ้มบาง ๆ แล้วเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง ก่อนเรียกจ้านจ้านมาหา “จ้านจ้าน พ่อต้องออกไปปฏิบัติภารกิจ ลูกเป็นผู้ชายของบ้านนี้ ต้องดูแลแม่ให้ดี เข้าใจไหม”
จ้านจ้านพยักหน้า แล้วยกมือทำวันทยหัตถ์ให้เขา “รับทราบ! รับประกันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ!”
เพ่ยจิ่วเหยียนออกเดินทางในอีกสิบนาทีต่อมา ท่ามกลางราตรีมืดมิด ฉินซุยซุยยืนมองแผ่นหลังที่เดินจากไปอยู่หน้าประตูใหญ่โดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งร่างนั้นลับสายตาไป จ้านจ้านจึงจูงมือเธอเดินกลับเข้าบ้าน ปากก็ปลอบเธอไม่หยุด “แม่ อย่าเสียใจไปเลย อีกไม่กี่วันพ่อก็กลับมาแล้ว!”
พอเดินมาถึงห้องรับแขก จ้านจ้านถึงเพิ่งรู้ว่าแม่ไม่ได้มีท่าทางเสียใจเลยสักนิด กลับยิ้มหน้าบานเสียด้วยซ้ำ!
ฉินซุยซุยดีใจจริง ๆ ตอนกลางวันยังพอไหว แต่พอตกกลางคืนก็ไม่รู้จะอยู่กับเพ่ยจิ่วเหยียนอย่างไร เมื่อคืนเธอเอาตัวรอดมาได้ แต่ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ มีบางเรื่องต่อให้เธอไม่เต็มใจ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้! จะให้เอาตัวรอดแบบเมื่อคืนทุกครั้งไปได้อย่างไร!
