เมื่อได้ยินคำถามของเพ่ยจิ่วเหยียน ฉินซุยซุยถึงได้รู้ตัวว่าเธอเอาแต่จ้องมองร่างกายของเขาอยู่ตลอด! น่าอายชะมัด!
แม้แต่เมื่อก่อนตอนเขียนจดหมายถึงเพ่ยจิ่วเหยียน เธอก็ยังพูดอย่างไม่อายสักนิดในจดหมายว่าเธอชอบผู้ชายตัวสูงใหญ่ แข็งแรง ดูแล้วให้ความรู้สึกปลอดภัย แถมยังชอบผู้ชายหน้าตาดีด้วย! แต่เรื่องนั้นก็เป็นแค่ตอนเด็ก ตอนนี้เธอแต่งงานแล้ว พอนึกถึงจดหมายในอดีตและการกระทำไร้ยางอายของตัวเองเมื่อครู่นี้ ใบหน้าของฉินซุยซุยก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
เธอรีบวิ่งหนีออกจากหน้าตู้เสื้อผ้า “ไม่มีอะไร คุณกำลังหาเสื้อผ้าใช่ไหม? รีบหาเถอะ ฉันลงไปกินข้าวก่อนนะ!” เสียงยังคงก้องอยู่ข้างหู แต่ตัวเธอวิ่งไปถึงบันไดแล้ว
เมื่อมองแผ่นหลังของเธอที่วิ่งหนีราวกับกำลังหนีเอาชีวิตรอด จู่ ๆ เพ่ยจิ่วเหยียนก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เขาหยิบเสื้อผ้าไปพลาง เดินออกมาพลาง แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยนกับคนที่กำลังลงบันไดว่า “อืม แม่กำลังทำบะหมี่ราดซอสอยู่ เมื่อกี้ผมยังซื้อหมั่นโถวข้าวโพดที่คุณชอบจากโรงอาหารกลับมาด้วย”
พอได้ยินคำว่า “หมั่นโถวข้าวโพด” ฉินซุยซุยก็รู้สึกหัวหมุนไปหมด เพ่ยจิ่วเหยียนต้องนึกถึงจดหมายที่เธอเคยเขียนแน่ ๆ! เขาตั้งใจแกล้งเธอชัด ๆ!
เพราะในจดหมายฉบับเดียวกันนั้น ฉินซุยซุยเคยบ่นถึงเพื่อนผู้ชายสามคนในห้องที่อ่อนแอจนลมพัดก็ปลิว ตอนนี้เธอยังท่องประโยคนั้นได้ขึ้นใจว่า
พี่อาจิ่วคะ พวกเขาอ่อนแอเกินไปแล้ว หมั่นโถวข้าวโพดลูกเดียวยังกินไม่หมด เสียดายอาหารจริง ๆ หมั่นโถวข้าวโพดอร่อยขนาดนั้น หนูยังกินได้ตั้งสองลูก พวกเขาไร้ประโยชน์เกินไปแล้ว! ต่อไปคงไม่สูง ไม่แข็งแรง แล้วก็ไม่มีผู้หญิงชอบแน่ ๆ!
พี่อาจิ่วคะ พี่กินหมั่นโถวข้าวโพดได้กี่ลูก? พี่ต้องกินเยอะ ๆ นะ! พวกผู้หญิงชอบผู้ชายตัวสูงใหญ่ แข็งแรง ดูแล้วให้ความรู้สึกปลอดภัย แถมถ้าผิวขาวหน่อยก็ยิ่งดูดี! พี่อาจิ่ว พี่ต้องกินเยอะ ๆ พยายามโตมาให้เป็นแบบนี้นะ!
……
ใบหน้าของฉินซุยซุยแดงลามไปถึงปลายหู เสียงของเพ่ยจิ่วเหยียนเหมือนผีไล่ตามมา ทำให้เธอเร่งฝีเท้าหนีเร็วขึ้น สองขั้นบันไดสุดท้ายเธอกระโดดลงไปเลย
