เมื่อได้ยินดังนั้น น้ำเสียงของจ้านจ้านก็หม่นลงเล็กน้อย “คุณพ่อบอกว่า ถ้าคุณแม่ไม่มา ก็ไม่ได้แปลว่าคุณแม่ไม่รักจ้านจ้าน คุณแม่ต้องมีเรื่องสำคัญอย่างอื่นที่ต้องทำแน่ ๆ”
ฉินซุยซุยรู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพราะความรักที่จ้านจ้านมอบให้เธอ ทั้งที่ยังไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่ยิ่งเป็นเพราะเพ่ยจิ่วเหยียน
ตอนเพิ่งมาถึงเกาะฉงไถ จ้านจ้านก็แสดงความชอบและพึ่งพาเธอเป็นพิเศษ ฉินซุยซุยคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะเด็กน้อยขาดความรักจากแม่มาตั้งแต่เล็ก
แต่ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ว่า เพ่ยจิ่วเหยียนแนะนำเธอให้จ้านจ้านรู้จักอย่างครบถ้วนตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รู้ตัวเสียอีก ถึงขั้นเตรียมเหตุผลไว้ให้เธอแล้ว หากเธอไม่มาและไม่ทำตามสัญญาหมั้นหมายกับเขา ที่เขาพูดแบบนั้น หมายความว่าเขาตั้งใจว่าจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธอหรือ
วันที่เธอตื่นรู้ขึ้นมา เธอพบว่าชั่วข้ามคืนราวกับสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว
แต่ตอนนี้เธอเพิ่งค้นพบว่า ที่จริงแล้วเธอมีสิ่งต่าง ๆ มากมายอยู่แล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นพอดีกับสบสายตาห่วงใยของเพ่ยจิ่วเหยียน ไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร
เห็นเด็กสาวนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ดวงตาแดงก่ำ ทั้งยังสูดน้ำมูกอยู่ เพ่ยจิ่วเหยียนจึงรีบกล่าวลาหลินเยอีแล้วเดินมาหา มองเธอด้วยสีหน้าห่วงใย “เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็กระแอมเบา ๆ แล้วลดเสียงลง “หรือว่า…อันนั้นมาแล้ว”
ฉินซุยซุยเข้าใจทันที เธอลองคิดดูแล้ว ใช่จริง ๆ ใกล้ถึงช่วงมีประจำเดือนของเธอแล้ว เธอเงยหน้ามองเพ่ยจิ่วเหยียน ดวงตายังมีน้ำตาคลอ สีหน้าตื่นตะลึง เขาจำได้กระทั่งวันที่ประจำเดือนของเธอจะมาด้วยหรือ
พอคิดถึงตรงนี้ ฉินซุยซุยไม่เพียงไม่รู้สึกเขินอาย กลับรู้สึกอิ่มเอมใจจนแทบล้นออกมา
ความน้อยใจที่ขาดการติดต่อกันตลอดสามปี ความสุขที่เพิ่งรับรู้ได้ในชั่วขณะนี้ ทั้งหมดปะทุออกมาพร้อมกัน เธอนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น ไม่ยับยั้งน้ำตาที่เอ่อออกมาอีกต่อไป แล้วมองเพ่ยจิ่วเหยียนอย่างน่าสงสาร “ฮือ ๆ พี่อาจิ่ว ฉันอยากกินไอติม ฉันยังอยากดื่มน้ำอัดลมด้วย ฮือ ๆ…”
