หลังออกจากบ้าน เพ่ยจิ่วเหยียนก็ตรงไปที่ห้องทำงานแล้วโทรศัพท์หลายสายติดกัน
สายแรกโทรไปยังเจียงเฉิง ไม่กี่นาทีต่อมาก็วางสาย จากนั้นคนกลุ่มหนึ่งก็รีบเดินทางไปยังบ้านพักแห่งหนึ่งในเจียงเฉิงทั้งคืน ที่นั่นเป็นที่อยู่ของเฮยจื่อ ผู้ดูแลตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในเจียงเฉิง
ตอนนั้นเฮยจื่อเพิ่งทำธุรกรรมยามค่ำคืนเสร็จ กำลังนั่งตรวจนับสินค้าอยู่ในโกดัง จู่ ๆ คนกลุ่มนี้ก็มาเยือน ทำให้เขาตึงเครียดขึ้นมาทันที นึกว่าตัวเองถูกเปิดโปงแล้ว แต่คนกลุ่มนั้นพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็จากไป
สีหน้าของเฮยจื่อพลันเคร่งขรึมลง ไม่นานเขาก็เรียกผู้ดูแลตลาดมืดรายใหญ่ในสังกัดทั้งหมดมารวมตัวกัน แล้วช่วยกันตรวจบัญชีตลอดทั้งคืน ย้อนตรวจไปถึงเมื่อสิบกว่าปีก่อน สุดท้ายก็แยกรายการธุรกรรมลับที่ทำกับหยางเจี้ยนคังและคนตระกูลหยางออกมาได้ทั้งหมด
ที่แท้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่หยางเจี้ยนคังเท่านั้น ซุนหยุนกับหยางเจ้าซิงก็แอบทำธุรกรรมกับพวกเขาด้วย สิ่งของที่ซื้อขายกันนอกจากทรัพย์สินของตระกูลฉินแล้ว ยังมีทรัพย์สินส่วนรวมของโรงอาหารรัฐวิสาหกิจและโรงตีเหล็กที่หยางเจ้าซิงทำงานอยู่อีกไม่น้อย
ในการพิจารณาคดีก่อนหน้านี้ หยางเจี้ยนคังรู้ว่าตัวเองคงไม่รอด จึงรับความผิดทั้งหมดไว้คนเดียวเพื่อปกป้องคนในครอบครัว แต่ถึงอย่างนั้น มูลค่าความเสียหายก็สูงเกินไป นอกจากหยางเจี้ยนคังที่ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว คนตระกูลหยางในฐานะผู้ได้รับผลประโยชน์ก็ถูกตัดสินให้ส่งไปฟาร์มบนเกาะชยางโจว
เฮยจื่อปลอมตัวเล็กน้อยแล้วตรงไปเคาะประตูบ้านหัวหน้าโรงตีเหล็ก นำหลักฐานความผิดเรื่องหยางเจ้าซิงขโมยทรัพย์สินส่วนรวมตลอดหลายปีที่ผ่านมาไปมอบให้เขา
