ยามค่ำคืน หลังเที่ยงคืน เรือสำราญเงียบสงัด
ผู้เล่นทุกคนขดตัวอยู่ในที่พักของตัวเองอย่างไม่กล้ากระดุกกระดิก พอได้ยินเสียงเคาะประตูก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
มีเพียงคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น หมิงซินออกไปตามหาบอสเพื่อสังหารโดยตรง ฆ่าได้ก็ผ่านด่าน แล้วเธอจะหลบอยู่แต่ในห้องไปทำไม?
ยามดึกมีสิ่งเลวร้ายออกมาเพ่นพ่าน ส่งเสียงหัวเราะน่าสะพรึงกลัว
ท่ามกลางรัตติกาล แมวดำดวงตาสองสีแดงเขียวมองหมิงซินที่ถูกสิ่งเลวร้ายรุมสังหารอย่างเย็นชา
“โง่เง่า”
มันเปล่งวาจาเป็นภาษามนุษย์ ด่าทอออกมาคำหนึ่ง
ในกฎก็เตือนเอาไว้ชัดเจนว่าอย่าออกจากห้องหลังเที่ยงคืน แต่มนุษย์คนนี้โง่จริง ๆ ไม่รู้ว่าโง่จริงหรือมั่นใจในตัวเองเกินไป คิดว่ามีเครื่องรางผีอยู่ชิ้นหนึ่งแล้วจะฝ่าฝืนกฎได้
มันไม่เคยเห็นผู้เล่นที่ไม่รู้อะไรเลยขนาดนี้มาก่อน
ตอนนี้หมิงซินสังหารจนตาแดงก่ำแล้ว เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสิ่งเลวร้ายจำนวนมากมายขนาดนี้ พวกมันรุมเข้ามาทำให้เธอบาดเจ็บไม่น้อย ไหนจะมลทินจากสิ่งเลวร้ายและการโจมตีทางจิตอีก
เธอแทบคลุ้มคลั่งแล้ว นอกจากฆ่าก็มีแต่ฆ่า
ในวินาทีที่ล้มลง เธอรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง ก่อนจะมองไปยังแมวดำที่อยู่ไม่ไกล ถึงตอนนั้นเธอจึงเข้าใจว่าแมวดำตัวนี้อาจเป็นบอสของดันเจี้ยนเรือสำราญ เพราะทันทีที่มันปรากฏตัว ก็สามารถควบคุมสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ได้
หมิงซินไม่อยากตาย เธอยังต้องผ่านด่าน จึงหยิบตุ๊กตาหุ่นเชิดที่ใช้แทนชีวิตซึ่งซื้อไว้ก่อนหน้านี้ออกมา
ทันทีที่ใช้ ตุ๊กตาหุ่นเชิดก็กลายเป็นตัวเธอ ส่วนเธอออกจากดันเจี้ยนไป ด่านนี้ยังไม่ผ่าน ถือว่าล้มเหลว แต่เพราะมีไอเทมใช้แทนชีวิต เธอจึงไม่ตาย
“ไสหัวไป! ไสหัวไป! ฉันจะฆ่าพวกแก ฆ่าพวกแกให้หมด...”
ในโถงพักผ่อนของเกม ผู้คนรอบข้างไม่ได้แปลกใจกับผู้เล่นที่จู่ ๆ ก็เสียสติ คนคลุ้มคลั่งมีมากเกินไปแล้ว
