หมิงเสี่ยงเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย ยังไม่ทันได้พูด เซี่ยจวินก็เอ่ยข้างหูว่า “ลมทะเลค่อนข้างแรง เข้ามาใกล้ฉันอีกหน่อย”
เว่อร์ไปหรือเปล่า เธอไม่ใช่หลินไต้หยูเสียหน่อย จะถูกลมพัดปลิวไปได้อย่างไรกัน
ไม่นานก็ถึงคิวตรวจตั๋วของทั้งคู่ เซี่ยจวินจึงปล่อยเธอ แล้วหยิบบัตรท่องเที่ยวฟรีใบนั้นกับตั๋วเรือท่องเที่ยวที่เขาซื้อไว้ออกมา
พนักงานตรวจดูแล้วมองบัตรท่องเที่ยวฟรี ก่อนจะหันมามองหมิงเสี่ยง สีหน้าพิลึกอยู่บ้าง จากนั้นเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนเป็นบนตัวเธอ สีหน้าก็ยิ่งพิลึกกว่าเดิม สายตาเหลือบไปเห็นกระถางต้นไม้เล็ก ๆ ในมือเธอโดยไม่ตั้งใจ แล้วชะงัก จ้องมันเขม็ง
“ยังมีชีวิตอยู่หรือ?”
หมิงเสี่ยงรู้สึกว่าคำถามของพนักงานแปลกเหลือเกิน “ก็มีชีวิตอยู่น่ะสิ”
ต้นไม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิตกันล่ะ?
“เป็นไปได้ยังไง...” พนักงานมีสีหน้าตกตะลึงและงุนงงอย่างยิ่ง “ที่นี่จะมีสิ่งมีชีวิตได้ยังไง?”
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ถามให้กระจ่าง เซี่ยจวินก็จูงหมิงเสี่ยงเข้าไปในเรือแล้วพาไปยังห้องพักที่จองไว้
พื้นที่ไม่กว้างนัก เตียงคู่กินพื้นที่ไปเกือบหมด แล้วยังมีห้องน้ำอีกห้อง
เซี่ยจวินวางสัมภาระไว้ใต้เตียง ก่อนหยิบผ้าปูที่นอนมาปู หมิงเสี่ยงพิงหน้าต่างเรือ มองทิวทัศน์ทะเลด้านนอก มีนกนางนวลบินผ่านตัวหนึ่ง ก่อนจะลงมาเกาะอยู่ด้านนอกหน้าต่างอย่างเป็นมิตร
หมิงเสี่ยงแตะกระจกหน้าต่างเรือ ทักทายนกนางนวล มันยิ่งตื่นเต้น กระพือปีกจิกกระจกอย่างแรง
หมิงเสี่ยงพูดด้วยน้ำเสียงยินดีอยู่หลายส่วน “สามี ดูสิ นกนางนวลตัวนี้เป็นมิตรจัง มันทักทายฉันด้วย”
