“นั่งรถเมล์ไปกันเถอะ ขากลับค่อยว่ากันอีกที”
“ได้สิ” หลี่เถียนไม่ได้คัดค้าน
แค่มีรถให้นั่ง ไม่ต้องเดินด้วยสองขาก็พอแล้ว
หลี่ซือเหวินไม่คุ้นเส้นทาง ก่อนขึ้นรถจึงตั้งใจถามกระเป๋ารถเมล์ไว้ก่อน
ตอนแรกอาหลานได้นั่งคนละที่ แต่พอผู้โดยสารทยอยขึ้นมาจนแน่น หลี่ซือเหวินก็ต้องอุ้มหลี่เถียนมานั่งบนตัก
พอถึงป้าย ทั้งคู่ก็เหงื่อท่วมตัว
“อาเล็ก หนูต้องกินไอศกรีมแท่งสักแท่งถึงจะมีแรงรอดแล้ว”
หลี่ซือเหวินหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อให้หลี่เถียน จากนั้นก็พาเธอไปที่แผงขายไอศกรีมแท่งโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ตอนนี้หลี่เถียนอยากกินแต่ของเย็น ๆ จึงเลือกไอศกรีมแท่งราคาถูก
เป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ กินแล้วเย็นชื่นใจขึ้นอีก
หลี่ซือเหวินก็เลือกเหมือนกัน เธอร้อนกว่าหลี่เถียนเสียอีก
กินไอศกรีมแท่งแล้ว ร่างกายค่อย ๆ คลายร้อน ทั้งคู่ก็เดินมาถึงสำนักงานหนังสือพิมพ์เฉินเป้าพอดี
แม้จะลงทะเบียนกับยามแล้ว ก็ยังต้องรอให้ลู่หย่วนออกมารับถึงจะเข้าไปได้
ลู่หย่วนรีบเดินมาหา แวบเดียวก็จำหลี่เถียนได้
“เด็กน้อย เจอกันอีกแล้วนะ”
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
ลู่หย่วนหันไปมองหลี่ซือเหวิน “คุณคือ...”
หลี่ซือเหวินยื่นมือออกไป “ฉันเป็นอาของหลี่เถียนค่ะ พ่อของเธอติดธุระมาไม่ได้ เลยให้ฉันมาดูแทน”
ลู่หย่วนรีบยื่นมือมาจับมือเธอพอเป็นพิธี แล้วก็ปล่อย
“เชิญทั้งสองท่านตามผมมาเลยครับ”
หลี่ซือเหวินจูงมือหลี่เถียนเดินตามลู่หย่วนเข้าไปในห้องรับรองของสำนักงานหนังสือพิมพ์
