หยาหยานอนพาดอยู่บนไหล่พ่อ ดวงตากลมโตกลอกไปมา มองอะไรก็รู้สึกแปลกใหม่ไปหมด
เมื่อมาถึงลานโล่งในป่าที่เล็งไว้ล่วงหน้า ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่จะโค่นต้นไม้เพียงสิบกว่าก้าว มองเห็นได้ทั่วทั้งบริเวณ ซูเจี้ยนเย่จึงวางหยาหยาลง
เขาลูบหัวเปาจื่อกับหมั่นโถวอีกครั้ง แล้วชี้ไปทางหยาหยา สุนัขทั้งสองเข้าใจทันที รีบนั่งเฝ้าอยู่ข้างหยาหยา ไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียว
“หยาหยาเล่นอยู่ตรงนี้นะ ห้ามวิ่งเข้าไปลึกในป่า พ่อจะไปโค่นต้นไม้อยู่ทางโน้น พ่อจะคอยมองหนูตลอด” ซูเจี้ยนเย่กำชับอีกครั้ง
“ได้ค่ะ! หยาหยาจะไม่วิ่งไปไหน จะรอพ่ออยู่ตรงนี้!” หยาหยาพยักหน้าแรง ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความจริงจัง
ซูเจี้ยนเย่จึงหันไปโค่นต้นไม้ เสียงมีดพร้ากระทบไม้เนื้อแข็งดังตุบ ๆ ต่อเนื่องก้องไปทั่วป่าอันเงียบสงบ
หยาหยาเดินเล่นเอื่อย ๆ อยู่บนลานโล่ง โดยมีเปาจื่อกับหมั่นโถวอยู่ด้วย เดี๋ยวก็ย่อตัวลงเขี่ยเห็ดเล็ก ๆ บนพื้น เดี๋ยวก็วิ่งไล่ตามสุนัขทั้งสอง ปากเล็ก ๆ พึมพำไม่หยุด มีแต่คำพูดจ้อกแจ้กแบบเด็ก ๆ
“พี่เสี่ยวม่านบอกว่าบนเขามีลูกหมูอ้วน ๆ แล้วทำไมหาไม่เจอนะ?”
เธอเขี่ยพงหญ้า คิ้วน้อย ๆ ขมวดเข้าหากัน “เจ้าหมู ๆ หลบไปอยู่ไหนกันหมดนะ?”
สิ้นเสียงนั้นเอง ก็มีเสียงร้องอู๊ดอี๊ดแผ่วเบาดังมาจากพุ่มไม้ไม่ไกล คล้ายเสียงลูกแมว ทั้งนุ่มทั้งเล็ก
หูของหยาหยาตั้งชันขึ้นทันที ดวงตาเบิกกว้าง เธอย่องไปทางพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบ เปาจื่อกับหมั่นโถวรีบตามไป จ้องพุ่มไม้อย่างระแวดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงปล่อยให้หยาหยาแหวกกิ่งไม้ที่พันกันยุ่งเหยิงออก
เมื่อกิ่งไม้ถูกแหวกออก ก็เห็นลูกหมูป่าแรกเกิดสองตัวนอนขดอยู่ข้างใน ทั้งตัวมีขนอ่อนสีน้ำตาลเข้มสลับลายจาง ๆ ดูราวกับก้อนขนนุ่มกลมป้อมสองก้อน กำลังเบียดกันส่งเสียงอู๊ด ๆ
