ใบหน้าของหยางซวี่แดงก่ำด้วยความโกรธ เขาตวาดว่า “เธอนี่เป็นผู้หญิงแท้ ๆ พูดจาแบบนี้ได้ยังไง!”
“ฉันก็พูดไปตามเรื่องตามราว!” หลินหว่านจือไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียว
“ฉันไม่อยากเสียเวลาพูดไร้สาระกับพวกคุณแล้ว ตอนนี้มีอยู่สองทางเลือก ไม่คืนสินเดิมของพี่สาวฉันมาทั้งหมด ก็ให้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกทั้งสองคนเป็นของพี่สาวฉัน แล้วพวกคุณก็เซ็นข้อตกลงหย่าซะ
ไม่อย่างนั้น พวกเราจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้ ให้เจ้าหน้าที่มาช่วยตัดสินว่าเรื่องนี้ใครกันแน่ที่ผิด!”
หยางซวี่มองคนตระกูลหลินที่แต่ละคนตาแดงก่ำ ราวกับพร้อมจะสู้ตาย แล้วหันไปมองหูเจียวเจียวที่หลบอยู่ด้านหลัง ใบหน้าซีดเผือด เขารู้ดีอยู่แก่ใจ
ถ้าเรื่องนี้ถึงโรงพักจริง ๆ หยางต้าฟู่ที่นอกใจภรรยาระหว่างสมรส อย่างเบาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ประณาม อย่างหนักก็อาจถูกจับไปใช้แรงงานในคุก
เขาถอนหายใจ ก่อนโบกมือ “เอาเถอะ ทำตามที่พวกคุณว่าแล้วกัน”
“หัวหน้ากองผลิต! ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!” หวังกุ้ยหลานร้อนใจขึ้นมาทันที รีบร้องประท้วง
“หุบปาก!”
หยางซวี่ถลึงตามองเธออย่างดุดัน ก่อนตวาดว่า “ไม่ทำแบบนี้แล้วจะทำยังไง? ถ้าแจ้งตำรวจจริง ลูกชายเธอก็ต้องถูกจับเข้าคุก!
ทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ ยังไม่ยอมหย่าก่อนแล้วค่อยไปยุ่งกับคนอื่นอีก ดันต้องมาวุ่นวายตอนยังแต่งงานกันอยู่!”
หวังกุ้ยหลานยังพึมพำไม่เลิก “ก็ใครใช้ให้เธอคลอดหลานชายไม่ได้ล่ะ...”
“พอได้แล้ว!” หยางซวี่ตัดบทเสียงเข้ม “เรื่องนี้ตกลงกันตามนี้! ถ้าพวกเธอยังหาเรื่องอีก ต่อไปก็ไปเยี่ยมลูกชายในคุกได้เลย!”
หวังกุ้ยหลานสะดุ้งเมื่อถูกเขาตะคอก จากนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกสักคำ
เรื่องทุกอย่างจึงตกลงกันได้ หลินหว่านเซี่ยสั่งให้คนขนตู้เสื้อผ้า หีบไม้ โต๊ะและเก้าอี้ที่เป็นสินเดิมของเธอออกมาจากบ้านทันที
