“ไม่ได้!” โจวเหล่าเกินรีบคัดค้าน “หว่านจือ นี่เป็นสิ่งที่บ้านเธอสมควรได้รับ จะปล่อยให้พวกนั้นได้ประโยชน์ไปง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้!”
“ช่างเถอะค่ะ” หลินหว่านจือส่ายหน้าเบา ๆ สายตากวาดผ่านใบหน้าของคนที่อยู่ตรงนั้น ทั้งคนที่รู้สึกผิด คนที่ได้ใจ และคนที่กำลังสมน้ำหน้า น้ำเสียงของเธอเย็นชาและเด็ดเดี่ยวขึ้นเล็กน้อย
“ก็แค่หนังหมีผืนเดียว ไม่คุ้มหรอกค่ะที่จะเอาตัวไปเปื้อนมลทินเพราะมัน จนกลายเป็นข้อครหา แต่ขอพูดให้ชัดไว้ก่อนนะคะ ฉันกับสามีไม่ได้ติดค้างใครในกองผลิตทั้งนั้น
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าบ้านฉันจะได้อะไรมา ก็ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเราหามาด้วยความสามารถของตัวเอง ใครก็อย่าคิดจะมาแย่งไปอีก”
พูดจบ เธอก็รับหยาหยาจากอ้อมแขนของซูเจี้ยนเย่ แล้วหันหลังเดินจากไป
ซูเจี้ยนเย่ไม่แม้แต่จะชายตามองคนเหล่านั้น เขาจูงมือลูกชายทั้งสอง เดินตามหลังภรรยาไปเงียบ ๆ
แผ่นหลังของครอบครัวนั้นดูบอบบางเป็นพิเศษท่ามกลางลมหนาว ทว่ากลับแผ่ความหยิ่งทะนงที่ไม่ยอมให้ใครล่วงเกิน
“พวกแกนี่นะ!” โจวเหล่าเกินชี้หน้าคนที่เหลือ มือสั่นเทิ้มด้วยความโมโห “เดี๋ยวก็มีวันที่พวกแกต้องเสียใจ!”
พูดจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปอย่างหัวเสีย
ผู้คนบนลานโล่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันดีใจอย่างอดกลั้นไม่อยู่
ไม่มีใครรู้สึกละอายใจสักนิด กลับคิดว่าตัวเองได้ประโยชน์มหาศาลเสียด้วยซ้ำ
หลี่วั่งยิ่งได้ใจเป็นพิเศษ เขาสั่งให้คนเก็บหนังหมี พลางบ่นพึมพำว่า “ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบแล้วแท้ ๆ ยังจะเถียงกันให้วุ่นวายอีก”
