เช้าวันที่ 2 เดือน 1 ฟ้ายังสลัว หิมะเม็ดเล็กละเอียดโปรยปรายลงมา กระทบเสื้อบุนวมดังซู่ซ่า
ซูเจี้ยนเย่ยัดห่อผ้าพองตุงใบสุดท้ายเข้าไปในกระบะเกวียน แล้วจัดผ้าห่มนวมเก่าที่คลุมขาเด็ก ๆ ให้เข้าที่อย่างพิถีพิถัน ก่อนปัดหิมะออกจากมือ “นั่งให้ดีนะ ไปกันแล้ว”
ล้อเกวียนบดขยี้เปลือกหิมะที่แข็งเป็นน้ำแข็งบนถนนในหมู่บ้าน ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ในกระบะเกวียนมีสมาชิกครอบครัวห้าคนนั่งเบียดกัน หลินหว่านจืออุ้มหยาหยาลูกคนเล็ก ส่วนพี่น้องซูจิ่งเฉินกับซูจิ่งหยางเกาะขอบเกวียน พลางมองประตูบ้านริมทางที่แขวนโคมแดงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลมเหนือพัดพาเกล็ดหิมะซอกซอนเข้าคอเสื้อ แต่ไม่มีใครรู้สึกหนาว ในใจทุกคนอบอุ่นด้วยความตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้านพ่อแม่ของหลินหว่านจือ
ในลานบ้านตระกูลหลินวุ่นวายกันตั้งแต่เช้า ควันขาวพวยพุ่งออกจากปล่องไฟ กลิ่นเนื้อตุ๋นหอมฟุ้งไปไกลจนได้กลิ่นจากอีกฝั่งถนน
จ้าวเฟิ่งเหลียนผูกผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงิน กำลังย่อตัวเติมฟืนหน้าเตาเป็นระยะก็เงยหน้ามองไปทางปากหมู่บ้าน
หลินหว่านเซี่ยกำลังเด็ดผักโขมอยู่ในมือ ยิ้มพลางพูดว่า “แม่ ไม่ต้องร้อนใจหรอก พวกเขาต้องออกจากบ้านกันแต่เช้าแน่ ๆ”
“จะไม่ให้แม่ร้อนใจได้ยังไง?”
จ้าวเฟิ่งเหลียนปัดฝุ่นออกจากมือ “รู้ว่าหยาหยาจอมกินจุชอบกินเนื้อ แม่เลยตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฆ่าไก่ฆ่าเป็ด ตอนนี้ก็ตุ๋นอยู่ในหม้อหมดแล้ว”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งเกวียนดังมาจากปากหมู่บ้าน
หยาหยานั่งไม่ติดมาตั้งนานแล้ว พอเห็นเกวียนยังจอดไม่สนิทก็สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนหลินหว่านจือ เหยียบล้อเกวียนกระโดดลงมา ขาสั้น ๆ แตะพื้นปุ๊บก็วิ่งพรวดเข้าลานบ้าน เสียงเรียกใสกังวานจนหิมะบนชายคาร่วงกราว “ตาจ๋า! ยายจ๋า! หยาหยามาแล้ว!”
