เปาจื่อกระโจนพรวด เขี้ยวคมงับแขนที่ชายหนวดเคราดกใช้ถือมีดสั้นอย่างแรง ส่วนหมั่นโถวไม่หยุดแม้แต่น้อย พุ่งเข้าไปในถ้ำมืดสนิทแล้วงับขาของเจ้ารองทันที!
“อ๊าก—!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ทะลวงความเงียบสงัดภายในถ้ำ
หยาหยาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องนั้น
เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย หัวน้อย ๆ มึนงง ในจมูกยังมีกลิ่นฉุนติดอยู่ เบื้องหน้ามืดสนิท มีเพียงแสงสว่างเล็กน้อยตรงปากถ้ำ
เธอขยี้ตา เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานยังติดความงัวเงียจากการเพิ่งตื่น พึมพำเบา ๆ ว่า “ที่นี่ที่ไหนเหรอ…แม่…”
สิ้นเสียงก็มีเสียงร้องไห้ของซูเสี่ยวม่านดังขึ้นข้าง ๆ
ซูเสี่ยวม่านเองก็ตื่นแล้ว พอเห็นถ้ำมืดสนิทกับเด็กแปลกหน้าที่ขดตัวอยู่ตรงมุม เธอก็ตกใจจนร้องไห้จ้า น้ำตาไหลพรากราวกับสร้อยไข่มุกขาด
หยาหยาตื่นเต็มตาในทันที รีบคลานลุกขึ้น ขาสั้น ๆ เซถลา ก่อนจะโผเข้าไปกอดซูเสี่ยวม่าน มือเล็กตบหลังปลอบเธอ
ปากน้อย ๆ ของตัวเองก็เริ่มเบะ น้ำตาหยดแหมะลงมา “พี่เสี่ยวม่านอย่าร้องไห้…ไม่ร้องนะ…พี่ร้องแล้วหนูก็อยากร้องด้วย…”
เด็กหญิงสองคนกอดกันร้องไห้เสียงดังสนั่นอยู่ในถ้ำมืดมิด
เปาจื่อกับหมั่นโถวที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงร้องไห้ของเจ้านายตัวน้อย ก็รีบปล่อยเหยื่อ ไม่สนใจชายค้ามนุษย์สองคนที่ยังร้องโอดโอยอยู่บนพื้น แล้ววิ่งต้วมเตี้ยมเข้าไปในถ้ำ วนอยู่รอบหยาหยา ใช้ลิ้นใหญ่เปียกชื้นเลียแก้มเล็กที่เปื้อนน้ำตาของเธอ พร้อมส่งเสียงครางหงิง ๆ ราวกับกำลังปลอบใจ
“เปาจื่อ! หมั่นโถว!”
หยาหยากอดคอเปาจื่อทันที ร้องไห้หนักกว่าเดิมจนตัวน้อย ๆ สั่นเทา “พวกเธอมาได้ยังไง…หนูอยากหาแม่…หนูอยากกลับบ้าน…”
ชายหนวดเคราดกกับชายแผลเป็นที่ถูกกัดจนเลือดเนื้อเหวอะหวะมองสุนัขป่าตัวใหญ่สองตัวที่ดุร้ายราวกับเทพอสูร ต่างตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ไหนเลยจะยังสนใจเด็ก พวกเขากุมบาดแผล คลานหนีล้มลุกคลุกคลาน ก่อนจะกะเผลกหนีลึกเข้าไปในภูเขา ไม่กล้าหันกลับมามองแม้แต่ครั้งเดียว
