หลี่ไหลตี้เห็นว่าใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล จึงทิ้งตัวลงนอนกับพื้น ตบต้นขาพลางร้องโหยหวน
“ตระกูลหลินรังแกกันเกินไปแล้ว! ลูกสาวแต่งออกไปแล้วก็ไม่ยอมรับพ่อแม่แล้วหรือ! รวมหัวกันรังแกหญิงแก่อย่างฉัน! ฟ้าไม่มีตาหรือไง!”
เดิมทีจ้าวเฟิ่งเหลียนยังข่มกลั้นความโกรธไว้ แต่พอเห็นอีกฝ่ายอาละวาดไร้เหตุผลอยู่ในลานบ้านของตัวเอง ก็เดือดขึ้นมาทันที
เธอคว้าคานหาบที่พิงอยู่ข้างกำแพง ฟาดลงกับพื้นอย่างแรง แล้วชี้หน้าหลี่ไหลตี้พลางด่า
“แกลองร้องอีกทีสิ! วันนี้ฉันจะทำให้เห็นเองว่า การรังแกคนจริง ๆ เป็นยังไง! ถ้ายังกล้ามาอาละวาดในบ้านฉันอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะเอาคานนี่ฟาดแกให้ดู!”
หลี่ไหลตี้เห็นท่าทางที่จ้าวเฟิ่งเหลียนพร้อมลงมือจริง ๆ ก็สะดุ้งเฮือก รีบลุกพรวดจากพื้นแล้ววิ่งหนีไปทางประตูอย่างลนลาน ปากยังตะโกนข่มขู่ทั้งที่สีหน้าหวาดกลัว “พวกแกคอยดูเถอะ! เรื่องนี้ยังไม่จบ!”
“ฉันจะคอยดู!” จ้าวเฟิ่งเหลียนถือคานหาบวิ่งตามไปสองก้าว ก่อนตะโกนเสียงกร้าว
“ฟังให้ดี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลหลินกับตระกูลจ้าวขาดกันเด็ดขาด! ถ้าแกกล้ามาอีกครั้ง ฉันจะตีแกอีกครั้ง! ตีให้ขาหักเลย!”
ซูเจี้ยนเย่ก็ปล่อยมือ ผลักจ้าวต้ากังไปทางประตู ก่อนตวาดเสียงเย็นชา “รีบไสหัวไป! ถ้ายังพูดมากอีก ฉันจะจับพวกแกส่งไปที่ทำการกองผลิต แล้วแจ้งข้อหาก่อกวนทางเพศกับรีดไถ!”
จ้าวต้ากังไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก รีบวิ่งตามหลี่ไหลตี้ไปอย่างลนลานจนลับตา
ในลานบ้านกลับมาเงียบสงบเสียที
หลินหว่านจือตบหลังจ้าวเสี่ยวหมิ่นเบา ๆ แล้วถอนหายใจ “พี่สะใภ้ พี่ควรลุกขึ้นสู้แบบนี้ตั้งนานแล้ว ปล่อยให้พวกนั้นได้ใจจนลามปามเกินไปจริง ๆ”
จ้าวเสี่ยวหมิ่นปาดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ในที่สุดก็เผยรอยยิ้มโล่งใจออกมา เธอพยักหน้าพลางพูดว่า
