เผยกุ้ยเฟยคิดจะริบอำนาจของกู้ชิงเจาอย่างเห็นได้ชัด
ฉีเมี้ยวกับกงผินต่างก็เลือกที่จะนิ่งเงียบโดยมิได้นัดหมาย
ระยะนี้กู้ชิงเจาโดดเด่นเกินหน้าเกินตา ยามนี้ยังให้กำเนิดองค์ชายอีก หากปล่อยให้นางได้กุมอำนาจอย่างแท้จริง ตำแหน่งของพวกนางสองคนก็คงต้องถอยร่นลงไปอีก อำนาจในวังมีอยู่เพียงเท่านี้ แค่สามคนก็ยังแบ่งกันไม่ลงตัว หากมีคนเพิ่มมาอีกคน มิเท่ากับทำให้อำนาจยิ่งถูกแบ่งเบาลงหรือ
กู้ชิงเจายกมุมปากยิ้ม เมื่อก่อนนางอดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง พอผ่านไปได้ก็ปล่อยให้ผ่านไป นั่นเพราะตนยังไม่โดดเด่นจนเป็นที่จับตามอง จึงเลือกที่จะไม่ล่วงเกินผู้ใด ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน ไม่มีใครนึกถึงนางจนคิดจะเล่นงาน ทำให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้
ทว่าบัดนี้นางก้าวออกมาอยู่ต่อหน้าผู้คนแล้ว หากยังถอยร่นทีละก้าว มีแต่จะทำให้ผู้อื่นคิดว่านางอ่อนแอรังแกได้ ใคร ๆ ก็เหยียบย่ำได้ง่าย สุดท้ายกลับทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ควรเป็นของนาง แล้วนางมีเหตุใดต้องยื่นให้ผู้อื่นด้วยเล่า
โดยเฉพาะยื่นให้สกุลเผย
นางเลิกคิ้วยิ้ม “ดังที่พี่กุ้ยเฟยกล่าว หม่อมฉันเพิ่งรับช่วงดูแลกิจการฝ่ายใน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ ด้วยเหตุนี้จึงต้องลงมือเรียนรู้ให้มากขึ้น เมื่อครู่ไทเฮาก็ตรัสมิใช่หรือว่า ผู้เริ่มเรียนรู้ต้องดูให้มาก เรียนให้มาก ลงมือทำให้มาก จึงจะฝึกฝนความสามารถได้ หากหม่อมฉันรู้จักยากแล้วถอยเสียตั้งแต่ยามนี้ มิเท่ากับทำให้คำสั่งสอนของไทเฮาสูญเปล่าหรือเพคะ”
เผยกุ้ยเฟยคาดไม่ถึงว่ากู้ชิงเจาจะตอบเช่นนี้ ถึงอย่างไรแต่ก่อนนางก็ระมัดระวังยิ่ง ไม่พูดกับตนตรง ๆ เช่นนี้ง่าย ๆ