บนมหาศาลาเชงเต๋อ นางรำพลิ้วกายอ่อนช้อย เสียงเครื่องสายบรรเลงก้องกังวานมิขาดสาย
เหล่าพระสนมและหม่อมทั้งหลายในงานต่างผลัดกันยกจอกสุรา ยิ้มแย้มต้อนรับกัน ต่อให้วันปกติมีเรื่องขัดแย้งเคืองแค้นกันเพียงใด วันนี้ก็ล้วนเก็บงำไว้ในใจ มิแสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย
ก็เพื่อให้องค์ชายรัชทายาทเบื้องบนทอดพระเนตรเห็นแต่ภาพความอ่อนโยนและเปี่ยมคุณธรรม
“ปีนี้มีน้องสาวหลายคนเข้าวังมา อีกทั้งเฉิงฮุยไป๋กับเจาซวิ้นเจียงก็ตั้งครรภ์ ตำหนักตะวันออกไม่เคยครึกครื้นเช่นนี้มาก่อนเลยเพคะ” เหลียงตี้เผยถือจอกสุราเดินไปหาองค์ชายรัชทายาท “หม่อมฉันขอถวายพระพรให้ท่านต้อนรับปีใหม่ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างสงบร่มเย็นเพคะ”
ถังอวิ๋นกำลังเหม่อมองผลไม้แช่อิ่มจานหนึ่งอยู่ พอได้ยินดังนั้นก็พลันได้สติ “ตลอดปีที่ผ่านมา เจ้าดูแลตำหนักตะวันออก ย่อมเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย”
“ไม่เหนื่อยเลยเพคะ นี่เป็นสิ่งที่หม่อมฉันสมควรทำอยู่แล้ว” เหลียงตี้เผยราวกับได้กินน้ำผึ้ง ในใจหวานชื่น “ขอเพียงช่วยแบ่งเบาภาระของท่านได้ หม่อมฉันก็ยินดีทำทุกอย่างเพคะ”
องค์ชายรัชทายาทขยับมุมปาก รอยยิ้มจืดจาง ดูไร้เรี่ยวแรง
สกุลเผยจึงถอยกลับมาอย่างหงอยเหงา ก่อนหันไปมองเจียงอวิ๋น “น้องเจียง ครรภ์ของเจ้าก็ใกล้สามเดือนแล้ว นับว่าเป็นผู้มีวาสนาดีจริง ๆ”
เจียงอวิ๋นลุกขึ้นยอบกายเล็กน้อย เอ่ยอย่างเขินอายว่า “วาสนาทั้งหมดของหม่อมฉันล้วนเป็นสิ่งที่ท่านประทานให้เพคะ” นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปี่ยมเสน่ห์มององค์ชายรัชทายาท แล้วถามเสียงอ่อนหวานว่า “เพียงแต่ไม่ทราบว่าท่านโปรดบุตรชายหรือบุตรหญิงเพคะ”
