“เหลียงหยวนกงเลือกวันได้งามนัก บังเอิญฟ้าโปร่งในวันนี้พอดี” หงเชาประคองนางออกจากประตู ผ่านไปหลายวัน ร่างกายของนางก็สะอาดสะอ้านแล้ว หลังเก็บตัวอยู่ในตำหนักเจียนเจียมาหลายวัน ได้เวลาออกไปข้างนอกเสียที
“ใช่แล้ว อากาศอบอุ่นกำลังดี ทั้งยังไม่ร้อนแผดเผา วันฟ้าโปร่งเช่นนี้หาได้ยากนัก” กู้ชิงเจาไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อคลุมด้วยซ้ำ จึงออกจากประตูไปอย่างสบายอารมณ์
เมื่อเฉิงฮุยไป๋มาถึง สายตาก็จับจ้องผ้าคลุมไหล่ของนางไม่วาง ครั้นเห็นนางสวมผ้าคลุมไหล่ที่ตนมอบให้จริง ๆ ก็ยิ้มหน้าบาน “ข้าบอกแล้วว่าผ้าคลุมไหล่ผืนนี้เหมาะกับพี่หญิง พี่หญิงส่งน้ำผลไม้มาให้ ข้าได้รับแล้ว หวานหอมชื่นใจยิ่ง ไม่ทราบว่าทำอย่างไรหรือ?”
กู้ชิงเจายิ้มพลางก้าวออกจากประตู “มารดาที่บ้านทำเอง หากเจ้าชอบ คราวหน้ามีอีกข้าจะส่งให้มากหน่อย”
เมื่อมาถึงสถานที่รั่วอิ้งเกอ ยังคงได้รับการต้อนรับอย่างแขกคนสำคัญ เหลียงหยวนกงออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
“วันนี้พี่หญิงกู้เปล่งประกายจับตายิ่ง ยังไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น เพียงผ้าคลุมไหล่สีชมพูดอกท้อผืนนี้ก็ดูไม่ธรรมดาแล้ว” สตรีที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์ย่อมมีสายตาเฉียบคม
“ข้าก็คิดว่างามยิ่ง ฝีมือปักผ้าของเฉิงฮุยไป๋เป็นเลิศจริง ๆ” กู้ชิงเจายิ้มกล่าว
เหลียงหยวนกงชะงักไป ก่อนหันมอง คนที่กำลังยิ้มอย่างภาคภูมิใจอยู่มิใช่เฉิงฮุยไป๋หรอกหรือ?
นางหัวเราะแหะ ๆ “เฉิงฮุยไป๋ช่างงามทั้งรูปโฉมและสติปัญญา”
“ชมเกินไปแล้ว” ไป๋ซื่อตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
กู้ชิงเจามิได้เห็นการประชันสายตาระหว่างทั้งสอง เมื่อก้าวเข้าไปในรั่วอิ้งเกอ นอกจากเจาซวิ้นเฉินแล้ว ก็ไม่เห็นผู้อื่นอีก
