“ก็จริง” เฉิงฮุยไป๋พยักหน้า “นับแต่นี้ในตำหนักตะวันออกก็มีฟ่งอี้เพิ่มมาอีกคนหนึ่งแล้ว ดูท่าทางองค์ชายรัชทายาท...จะโปรดนางอยู่ไม่น้อย” นางเหลือบมองกู้ชิงเจา “พี่หญิงไม่โกรธหรือ? ก่อนหน้านี้ยังชมเชยนางเสียมากมาย”
“เหตุใดต้องโกรธ? เพียงมีคนเข้ามาเพิ่มอีกคนก็ขุ่นเคือง นับว่าไม่คุ้มเลย” กู้ชิงเจากล่าวอย่างสงบนิ่ง
ราตรีเงียบเหงา เฉิงฮุยไป๋เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของนางที่เย็นชา
ในใจพลันบังเกิดโทสะไร้ที่มา
“องค์ชายรัชทายาทก็ช่างไร้...” นางชะงักไปครู่หนึ่ง “ประเดี๋ยวเรียกคนนี้เข้ามา ประเดี๋ยวเรียกคนนั้นเข้ามา ช่างชวนให้ขุ่นเคืองนัก!” นางมิได้รู้สึกไม่เป็นธรรมแทนตนเอง เพียงคิดว่าเมื่อก่อนองค์ชายรัชทายาทยังโปรดพี่หญิงกู้ของนางถึงเพียงนั้น ยามนี้กลับเรียกคนใหม่เข้ามา ทำให้นางไม่พอใจ รู้สึกว่าไร้น้ำใจยิ่งนัก
กู้ชิงเจามองท่าทางของนางแล้วอดขำมิได้ “เหตุใดจึงโกรธถึงเพียงนี้?”
“ข้าเพียง...รู้สึกว่าพี่หญิงไม่ควรต้องเจอเรื่องเช่นนี้” นางเม้มริมฝีปาก
“เรื่องนี้จะเป็นไรไป” กู้ชิงเจายิ้ม “ฮ่องเต้มีสนมสามวังหกตำหนัก นับเป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว จะหวังให้องค์ชายรัชทายาทมีเพียงหนึ่งเดียวไปชั่วชีวิตได้หรือ? ต่อให้มีวันเช่นนั้นจริง สตรีคู่บุญขององค์ชายรัชทายาทก็คงเป็นชายาองค์รัชทายาทจากตระกูลขุนนางใหญ่ แล้วจะเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้ากับข้าเล่า?”
นางยิ้มบาง “เช่นนี้กลับดีเสียอีก แทนที่จะออกไปหาบุรุษที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาเป็นสามี แล้วต้องใช้ชีวิตที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ชีวิตยามนี้ก็มิได้เลวร้าย อย่างน้อยยามเข้าออกก็มีคนคอยปรนนิบัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องนุ่งห่มอาหารการกิน หากพวกเรามีชีวิตที่ดี คนในตระกูลก็ยังพลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย เมื่อเทียบกันแล้ว เพียงมีคนเข้ามาเพิ่มในตำหนักตะวันออกอีกคน จะมีเรื่องใดให้ขุ่นเคืองกัน”
