เกิดใหม่ครานี้ พระสนมกุ้ยเฟยขอเป็นแค่ปลาเค็ม

ตอนที่ 48 ไร่ที่แห่งใดจิตใจจะสงบ

8 นาที· 1.9K คำ

ในบันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ฤดูร้อนปีฉางจื้อที่ 18 แคว้นสองแม่น้ำมีฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำหลากพังเขื่อนในหลายหัวเมืองและบ้านเรือนริมฝั่ง ราษฎรหลายหมื่นคนพลัดถิ่นไร้ที่อยู่ ภัยพิบัติร้ายแรงเช่นนี้นับว่าพบเห็นได้ยากยิ่งในราชสำนักปัจจุบัน

ภายในพระตำหนักจื่อเฉิน จักรพรรดิฉางจื้อทอดพระเนตรฎีกาที่กองสูงเป็นภูเขา พระเกศาร่วงไปไม่น้อย

องค์ชายรัชทายาทซึ่งประทับอยู่ข้าง ๆ เปิดฝาเตาธูป เติมเครื่องหอมช่วยให้จิตใจสงบลงไป เสียงฝาแตะกับตัวเตาดังกังวานใส จักรพรรดิฉางจื้อทอดพระเนตรมาทางเขา

“เป็นดังที่เจ้ากล่าวไว้จริง ๆ ปีนี้ปริมาณน้ำในแคว้นสองแม่น้ำมากกว่าปีก่อนเกินครึ่ง ภัยพิบัติลุกลามไปถึงหัวเมืองและอำเภอใกล้เคียงแล้ว นับแต่สถาปนาราชวงศ์มา นี่เป็นครั้งแรกที่ประสบภัยร้ายแรงน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้” พระองค์ทรงคลึงพระขมับ เนื่องจากหลายวันมานี้บรรทมไม่สนิท พระพักตร์จึงหม่นหมองไร้ราศี ใต้พระเนตรดำคล้ำเป็นวง “บัดนี้ขวัญกำลังใจของราษฎรแคว้นสองแม่น้ำแตกกระเจิง เจ้าว่าควรส่งผู้ใดไปเป็นขุนนางปลอบประโลมราษฎร”

ธรรมเนียมของต้ายง เมื่อเกิดสงครามหรือประสบภัยพิบัติ ล้วนส่งขุนนางไปตรวจราชการในพื้นที่ นอกจากกำกับดูแลขุนนางผู้รับผิดชอบแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือปลอบขวัญราษฎร ขุนนางประเภทนี้เรียกว่าขุนนางปลอบขวัญและบรรเทาทุกข์ หรือขุนนางปลอบประโลมราษฎร

แต่ตำแหน่งขุนนางปลอบประโลมราษฎรใช่ว่าผู้ใดก็ทำได้ จำต้องเป็นผู้มีฐานะสูงศักดิ์หรือมีคุณธรรมบารมีเป็นที่เลื่องลือ ทั้งยังต้องมีความสามารถโดดเด่น จึงจะข่มขวัญผู้คนได้

“กระหม่อมเห็นว่า หากเกิดภัยพิบัติเช่นนี้แล้วยังส่งขุนนางจากสามสำนักไปดังเช่นที่ผ่านมา เกรงว่าจะไม่เกิดผลอันใดพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายรัชทายาทเสด็จมาถึงหน้าโต๊ะทรงงาน โน้มพระวรกายลงเล็กน้อย “กระหม่อมขอบังอาจเสนอว่า ครานี้จำต้องส่งเชื้อพระวงศ์ไป และต้องเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเสด็จพ่อ จึงจะรวบรวมใจราษฎรได้พ่ะย่ะค่ะ”

เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านต่อ

5 ตอนแรกของทุกเรื่องอ่านฟรีไม่ต้องเข้าสู่ระบบ

สมัครครั้งแรก ทดลอง VIP ฟรี อ่านฟรีทุกเรื่อง พร้อม 10 Bao และเก็บประวัติการอ่านข้ามอุปกรณ์

ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป