ถังอวิ๋นชำเลืองมองเอกสารเพียงครู่เดียว แล้ววางคืนลง “เสด็จพ่อ ลูกอยากเลื่อนการแต่งตั้งชายาองค์รัชทายาทออกไปอีกสักระยะพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิฉางจื้อวางพู่กันชาดลง “เจ้ายังคิดถึงหลี่ซื่อผู้ล่วงลับอยู่หรือ นางจากไปเกือบครึ่งปีแล้ว สมควรแต่งตั้งชายาองค์รัชทายาทคนใหม่ได้แล้ว อย่าได้ทำเหลวไหล!”
องค์ชายรัชทายาทสะบัดชายอาภรณ์ ก่อนย่อตัวคุกเข่าลง “เสด็จพ่อ ลูกมิได้ทำเหลวไหล ลูกได้รับการอบรมจากเสด็จพ่อและสืบทอดตำแหน่งรัชทายาท ย่อมรู้ดีว่าภาระหน้าที่นี้หนักหนาเพียงใด ทว่าลูกไม่ปรารถนาให้กำลังของเครือญาติฝ่ายชายาเติบโต จนกลายเป็นพันธนาการเหนี่ยวรั้ง ต้นสายปลายเหตุเรื่องนี้ เชื่อว่าเสด็จพ่อทรงวินิจฉัยได้ด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ”
ถ้อยคำนี้ประหนึ่งน้ำทิพย์ชโลมใจ จักรพรรดิฉางจื้อฟังแล้วนิ่งงันไปเนิ่นนาน
คำพูดขององค์ชายรัชทายาทแทงใจดำพระองค์อย่างตรงจุดที่สุด
ครั้งที่พระองค์ยังเป็นองค์ชายรัชทายาท รากฐานอำนาจยังไม่มั่นคง จึงต้องพึ่งพาสกุลหรงและสกุลฉีอย่างมาก ครั้นขึ้นครองราชย์แล้วก็ยังต้องอาศัยสกุลหรงช่วยค้ำจุนบัลลังก์ ทั้งยังต้องคอยคำนึงถึงฮองเฮาและตระกูลของนางทุกเรื่อง บางคราก็อึดอัดจนทำอะไรไม่ได้ แต่ก็จำต้องยอมให้นาง
ช่างอัดอั้นเสียเหลือเกิน
“เจ้ามีความคิดเช่นนี้ เราก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง เพียงแต่หากไร้ตระกูลของชายาองค์รัชทายาทคอยช่วยเหลือ วันใดสถานการณ์ในราชสำนักไม่มั่นคงขึ้นมา...”
“เสด็จพ่อ ความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่สุดในใต้หล้า มิได้มีเพียงการเกี่ยวดองทางสมรส ลูกปรารถนาจะพึ่งพาตนเอง และใช้กำลังของตนถ่วงดุลราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จักรพรรดิฉางจื้อทอดพระเนตรองค์ชายรัชทายาท พลางนิ่งงันไปเนิ่นนาน
