เมื่อกลับถึงลานจื้อชิง เจียงหมิงเฉียนกับคนอื่น ๆ ก็พาเมิ่งหว่านชิวและเจียงมู่เหยียนกลับห้องก่อน จากนั้นค่อยแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เจียงมู่เหยียนจุดเทียน รินน้ำอุ่นจากกระติกน้ำร้อนใส่แก้ว แล้วแอบใส่ยาดานเสริมภูมิคุ้มกันลงไปหนึ่งเม็ด เธอหันกลับไปมองเมิ่งหว่านชิว รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า
“แม่คะ ดื่มน้ำสิคะ จะได้อุ่นร่างกาย”
เมิ่งหว่านชิวชะงักงัน มองเจียงมู่เหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากสั่นระริก “ลูก... เมื่อกี้ลูกเรียกแม่ว่าอะไรนะ”
หลายวันมานี้ เธอเฝ้าหวังว่าลูกสาวจะเรียกเธอสักคำว่า “แม่” แต่ก็รู้ดีว่าลูกสาวเพิ่งได้กลับมาอยู่กับครอบครัว แค่ไม่รังเกียจพวกเขาก็พอใจแล้ว
เสียงเรียกชัดเจนเมื่อครู่ทำให้เธอเผลอใจลอยไปชั่วขณะ หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
เจียงมู่เหยียนเห็นประกายน้ำตาในดวงตาของเมิ่งหว่านชิว หัวใจก็อ่อนยวบ เธอก้าวเข้าไปส่งแก้วน้ำให้ถึงมือ น้ำเสียงนุ่มนวลกว่าเดิม “แม่คะ รีบดื่มเถอะค่ะ เปียกฝนมาอย่าให้เป็นหวัดนะคะ”
คำเรียกชัดถ้อยชัดคำนั้นเปรียบเหมือนกุญแจที่ไขเปิดอารมณ์ซึ่งเมิ่งหว่านชิวเก็บกดมานาน
เธอสั่นเทาขณะรับแก้วน้ำ ปลายนิ้วสัมผัสไออุ่นจากผนังแก้ว น้ำตาก็ร่วงพรั่งพรูลงมาตามแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอวางแก้วน้ำลง แล้วก้าวเข้าไปกอดเจียงมู่เหยียนแน่น สะอื้นตอบว่า “จ้ะ... จ้ะ ลูกแม่คนดี...”