ขาทั้งสองข้างของชืออวี่เฉิงอ่อนยวบ แทบทรุดลงนั่งกับพื้น ใบหน้าพลันเผยรอยยิ้มยินดีอย่างเหลือล้น น้ำตาผสมกับสายฝนและเหงื่อไหลอาบไม่ขาดสาย
เสียงร้องไห้ของทารกดังกังวานแหวกม่านฝน แต่กลับไม่อาจทำให้ใบหน้าของเมียวเยว่ชุ่ยเผยความยินดีออกมาแม้แต่น้อย
เธอมองเด็กหญิงในอ้อมแขนของป้าหลิว เนื้อบนใบหน้าพลันย่นยุบ ก่อนจะพึมพำคำหยาบคายออกมาทันที
“ทำไมถึงเป็นเด็กผู้หญิงไปได้! ตระกูลชือของเราทำบาปอะไรไว้กัน! แต่งเมียที่เป็นแม่ไก่ไม่ออกไข่มา คลอดลูกชายไม่ได้ก็ว่าแย่แล้ว นี่เกือบเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกอีก!”
คำพูดนั้นราวกับเข็ม ทิ่มแทงหัวใจของหวงชิงซิ่วที่เพิ่งได้หายใจคล่องขึ้นมา เธออ่อนแรงอยู่แล้ว พอได้ยินเช่นนั้น น้ำตาก็ทะลักออกมาอีกครั้ง ริมฝีปากสั่นระริก แต่ไม่มีแรงแม้แต่จะโต้แย้ง ได้แต่เบือนหน้าไปกัดผ้าคลุมหมอนแน่น
ชืออวี่เฉิงกำลังจะก้าวเข้าไปรับลูก พอได้ยินคำพูดของแม่ก็ชะงักเท้ากะทันหัน ใบหน้าแดงก่ำทันที “แม่พูดอะไรเหลวไหลน่ะ! เด็กผู้หญิงแล้วมันยังไง? นั่นก็ลูกของผม หลานสาวแท้ ๆ ของแม่เหมือนกัน”
“หลานสาวแท้ ๆ แล้วมีประโยชน์อะไร?” เมียวเยว่ชุ่ยขึ้นเสียงสูง ชี้ไปยังทารกในผ้าห่อตัว น้ำเสียงแหลมคมกลบเสียงฝนที่กระหน่ำอยู่นอกหน้าต่าง “โตไปก็ต้องแต่งออกไปเป็นคนของบ้านอื่นอยู่ดี! ฉันบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ให้แกแต่งกับจื้อชิงคนนี้ ไหล่ก็แบกของไม่ได้ มือก็ทำงานไม่ไหว คลอดลูกยังลำบากขนาดนี้ ตอนนี้เป็นไง ออกแรงไปเปล่า ๆ แถมยังเป็นตัวผลาญเงินอีก!”
ระหว่างพูด เธอกลอกตาไปมา ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่เจียงมู่เหยียนด้วยแววตาขุ่นเคือง น้ำเสียงเต็มไปด้วยการพาลใส่คนอื่น “จื้อชิงเจียง ฉันว่าเธอนี่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจริง ๆ! ตอนนั้นน่าจะปล่อยให้หล่อนดิ้นรนเอง คลอดออกมาได้ก็ถือว่าดวงแข็ง คลอดไม่ออกก็โทษใครไม่ได้!”
ในใจเธอคิดว่า จากสถานการณ์อันตรายเมื่อครู่ ลูกสะใภ้คนนี้คงทนไม่ไหวแน่ ถึงตอนนั้นค่อยให้ลูกชายแต่งงานใหม่ บางทีเปลี่ยนลูกสะใภ้แล้ว อาจจะได้หลานชายอ้วนท้วนมาให้เธอสักคน