"…เช่นนั้นเอง"
ผู้ใดจักคาดคิดว่าเมื่อฉินต้งฟังจบกลับจมดิ่งสู่ห้วงความคิดเสียเช่นนั้น
ลองนับเวลาดูก็รู้
การประกาศทำเนียบฟ้า-ดิน-มนุษย์ กับเหตุที่หลี่เสวียนเช่อปิดล้อมเขาหลงเหมิน ย่อมเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
และหลี่เสวียนเช่อนั้นมิได้มุ่งแก้แค้นถวายความเป็นธรรมแก่ฉินต้งเท่านั้น หากยังเป็นการสั่นขวัญผู้ที่ลอบเผาทำการรออาสา คิดร้ายต่อฉินต้งอีกด้วย
ผู้ใดกล้าคิดปองร้ายฉินต้ง คติธรรมของจอมกระบี่กู่เจียวเฟิงก็คือบทสรุปอันชุ่มโลหิต
เขามิได้สนใจว่าเจ้าลงมือหรือไม่ หากเอาอยู่ในแผนการก็มีความผิดมิอาจอภัยได้
ที่กรมจับกุมหกประตูจัดให้เขาอยู่ในอันดับหนึ่งของทำเนียบปฐพี ก็เพื่อบอกบุคคลทั้งปวงว่า เพราะเหตุใดหลี่เสวียนเช่อจึงสร้างเรื่องครั้งใหญ่เช่นนี้
ด้วยเหตุเช่นนี้
ผู้ที่คิดจะลงมือกับฉินต้งย่อมต้องถ่องแท้ให้ดีซะก่อน
เพราะหลี่เสวียนเช่อมิเสียแต่จะเพ่าะพลิกฟ้าคว่ำดิน เพื่อเขาได้จริง ๆ
"ใต้เท้า ครั้งนี้มีท่านหลี่เสวียนเช่อถวายความเป็นธรรมให้ท่านแล้ว ต่อจากนี้ก็จะไม่มีพวกหนอนขยะไหนอีกกล้าลงมือกับท่านอีกแล้ว"
เจียงม่อไม่อาจซ่อนความปลื้มใจในน้ำเสียงได้
"ก็หวังอย่างนั้นเถิด"
ฉินต้งไม่ได้ราดน้ำเย็นใส่ ชักศีรษะเมินไป
แต่ในทางกลับกัน คำว่าขอบคุณจากฉินต้งก็เรียบง่ายอย่างยิ่ง
เพราะเขารู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้นอกจากจะขจัดภัยที่ประดังเข้ามาแล้ว ก็ไม่เสียแต่จะดึงดูดสายตาของผู้ที่หวาดระแวงเข้าไปอีก
และมิได้มีเพียงผู้มีน้ำใจเท่านั้นที่มองเห็นสิ่งนี้
หากมิได้มีเพียงผู้มีความปรารถนาดีต่อเขาเท่านั้นที่มองเห็น หากผู้ปองร้ายก็มิได้มีน้ำใจแบบเดียวกันด้วย
โดยเฉพาะเซียวถิงยวินที่เคยวางแผนปองร้ายฉินต้งครั้งก่อน
แม้น้อยคนนักที่จะล่วงรู้ความจริง แต่ก็ยังมีผู้สะดุดใจอยู่บ้าง
ตามความจริงแล้ว เจียงม่อมีจิตนึกเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่บ้าง หากเหตุการณ์ก็ชี้ชัดแล้วว่า ไม่มีใครกล้าขยับตัวกับฉินต้งอีกในระยะนี้
