วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ในที่สุดฉินต้งก็รอจนถึงวันรับเบี้ยหวัด
"อาต้ง วันนี้จ่ายเบี้ยหวัดแล้ว ค่ำนี้จะไปดื่มกับพวกเราสักสองสามจอกไหม"
ยามเย็นหลังจากลาดตระเวนเสร็จเตรียมกลับบ้าน เซวียหลินกลับเรียกเขาไว้
"สภาพบ้านข้าเจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ เหตุใดจะมีเงินเหลือเฟือไปดื่มสุรา"
ฉินต้งเอ่ยปฏิเสธอีกฝ่ายด้วยท่าทีจนใจอย่างยิ่ง
"ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ครานี้ไม่เหมือนก่อน" เซวียหลินทำลึกลับ "เจ้ารู้หรือไม่ อีกครู่ไปดื่มยังมีท่านเหยียนผู้อาวุโสกับพี่อวี๋พวกนั้นด้วย"
"แล้วอย่างไรเล่า"
ฉินต้งไม่เข้าใจ
เขาใช่ว่าไม่รู้จักท่านเหยียนผู้อาวุโสกับพี่อวี๋ พวกเขานับว่าเป็นมือปราบสมทบอาวุโสสูงสุดแห่งกรมจับกุมหกประตูเจียงตู โดยเฉพาะท่านเหยียนผู้อาวุโสคนนั้นอายุใกล้ห้าสิบปีเข้าไปแล้ว
"เจ้าอย่าโทษข้าว่าไม่เตือน ท่านเหยียนผู้อาวุโสกับพี่อวี๋เหล่าผู้มากประสบการณ์ในศาลาราชการรู้จักเจียงตูละเอียดยิบ ค่ำนี้พวกเราไปดื่มกันก็เพื่อแลกเปลี่ยนเบาะแสอาชญากร"
เซวียหลินเลิกพูดอ้อมค้อม สีหน้าก็จริงจังขึ้นมาฉับพลัน
"หรือเจ้าลืมคำเตือนที่หัวหน้าโม่ให้แก่เราหมดแล้ว"
ฉินต้งฟังแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ เซวียหลินผู้นี้ช่างดื้อรั้นไม่ฟังคำเตือนเสียจริง
"ก็แค่ดื่มสุราแลกเปลี่ยนข่าวคราวเท่านั้น หาใช่จะไปทำเรื่องหาญกล้าอะไร"
เซวียหลินถอนหายใจพลางเอ่ย "แต่หากเจ้าไม่คิดจะไป ข้าก็ไม่บังคับเจ้าแล้ว"
"ข้าเตือนเจ้าสักหน่อย ท่านเหยียนผู้อาวุโสกับพี่อวี๋ไม่ใช่คนดีอะไร อย่าให้พวกเขาหลอกใช้เป็นอันขาด"
ไม่ว่าจะจากคำบอกเล่าของบิดาฉินหรือจากโม่หย่ง ฉินต้งได้ยินเรื่องการกระทำชั่วของท่านเหยียนผู้อาวุโสกับพี่อวี๋ไม่น้อย
