สามัคคีคือพลัง: “ไม่มีอันตรายถึงชีวิตก็ดีแล้ว ฉันไม่มีเสบียงอะไรเลย งั้นส่งน้ำให้เธอนิดหน่อยแล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันคงรู้สึกผิด”
ซือซี่มองอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าเจ้าหมอนั่นไม่ได้ตอบกลับมาอีก แต่สถานะผู้เล่นของเขายังคงแสดงเป็นสีเขียว หมายถึงกำลังออนไลน์และไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ตาย
“ติ๊ง ๆ” เสียงข้อความส่วนตัวในเกมดังขึ้นสองครั้ง เป็นสัญญาณว่ามีเพื่อนส่งข้อความมา
อยากดื่มโค้ก: “ผลไม้ขยายช่องฉันเป็นคนเก็บมาเองนะ มันขึ้นอยู่บนเถาวัลย์ที่มีหนามเต็มไปหมด กว่าจะเอื้อมถึงได้แทบแย่!”
อยากดื่มโค้ก: “แต่เถาวัลย์ทั้งผืนมีอยู่แค่ผลเดียวเอง ถ้าวันนี้เจออีก ฉันจะส่งให้เธอนะ!”
อยากดื่มโค้ก: “จริงสิ พี่สาวปาจิว วันนี้ฉันได้เศษชิ้นส่วนโต๊ะคราฟต์มาชิ้นหนึ่ง ส่งให้พี่นะ!”
หลังจากทั้งคู่เพิ่มกันเป็นเพื่อนแล้ว ก็สามารถส่งเสบียงให้กันได้โดยตรง
ซือซี่มองเศษชิ้นส่วนโต๊ะคราฟต์ที่ปรากฏขึ้นในหน้าต่างแชต พลางรู้สึกสับสนอยู่ในใจ
เธอคิดว่าอีกฝ่ายแค่พูดปากเปล่าว่ามีของดีแล้วจะส่งให้ ไม่นึกเลยว่าเค่อเล่อจะส่งมาให้จริง ๆ
เมื่อเทียบกับความใสซื่อและจริงใจของเค่อเล่อแล้ว ซือซี่รู้สึกว่าตัวเองช่างมืดมนและบิดเบี้ยว บางทีอาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมในครอบครัวตอนเด็ก เธอจึงไม่เชื่อว่าจะมีใครดีกับตัวเองจริง ๆ แม้แต่พ่อแม่แท้ ๆ ยังทอดทิ้งเธอ แล้วจะให้เธอเชื่อใจคนอื่นได้อย่างไร
