เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ หัวใจของมู่เฉินก็อ่อนยวบลงทันที
เขาปลอบเธออย่างระมัดระวัง “อิ่งอิ่ง อย่าร้องไห้เลย ไม่ใช่ความผิดของเธอ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพวกสารเลวที่ปล่อยข่าวลือก่อเรื่องต่างหาก เธอเป็นผู้บริสุทธิ์”
ดวงตาของตี้จืออิงพร่าไปด้วยน้ำตา พอถูกเขาปลอบแบบนี้ เธอก็ร้องไห้โฮ กอดมู่เฉินแน่น ความอัดอั้นที่สะสมมาหลายวันระเบิดออกมาจนหมด
“อาเหอ ฉันเสียใจมาก ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมทุกคนถึงต้องด่าฉัน ทำไมถึงต้องรังแกฉันด้วย ฮือ ๆ ๆ…”
มู่เฉินไม่พูดอะไร เพียงกอดตอบเธอแน่น ปล่อยให้เธอระบาย รับฟังความอัดอั้นทั้งหมดของเธอ
ช้า ๆ น้ำตาก็ไหลลงจากหางตาของเขาเช่นกัน
เขาสงสารเธอ
อิ่งอิ่งของเขาดีขนาดนี้ คนพวกนั้นทำใจรังแกเธอได้อย่างไรกันนะ
ร้องไห้จนหมดแรง ตี้จืออิงก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
พอตื่นขึ้นมา เธอก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนผ้าห่มนุ่ม ๆ และมู่เฉินกำลังกอดเธอแน่น
มู่เฉินขยี้ตา “อือ อิ่งอิ่งตื่นแล้วเหรอ”
เขาเองก็เผลอหลับไปเหมือนกัน
ตี้จืออิงสูดจมูก รู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง “ขอโทษนะอาเหอ เมื่อกี้ฉันเสียอาการไปหน่อย”
มู่เฉินยิ้มสดใส “อิ่งอิ่งเป็นแบบไหนก็น่ารักทั้งนั้น”
เห็นเขายิ้มอย่างเบิกบาน อารมณ์ของเขาก็พลอยส่งต่อมาถึงเธอ ตี้จืออิงจึงยิ้มทั้งน้ำตา
จู่ ๆ เธอก็ขมวดคิ้ว “อาเหอ ตรงนี้ของเธอเป็นแผลได้ยังไง”
มุมปากของมู่เฉินมีแผลอยู่จุดหนึ่ง เธอยื่นมือไปแตะเบา ๆ
“ซี๊ด!”
มู่เฉินเจ็บจนสูดลมหายใจเฮือก
เมื่อเห็นความเป็นห่วงในดวงตาของหญิงสาว เขาก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง “มะ...ไม่เป็นไร แค่เผลอไปกระแทกมา”
