ด้านล่าง
เหล่าผู้คนที่กำลังรอสายฟ้าสวรรค์ลงมา ต่างเห็นเมฆพิโรธก่อตัวขึ้น ภายในชั้นเมฆมีสายฟ้าเพลิงส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะ แต่กลับไม่ยอมฟาดลงมาเสียที
เมื่อเห็นมันสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนก็ได้แต่งุนงง
หรือเป็นเพราะร่างกระดูกนิรันดร์ยังไม่สมบูรณ์ วิถีแห่งสวรรค์ถึงเปลี่ยนใจไม่ฟาดลงมาแล้ว?
นี่มัน...หลอกกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?!
เจียงสวี่สวี่ไม่มีเวลาไปบ่นวิถีแห่งสวรรค์ ตัดสินใจว่าคงต้องพึ่งตัวเองต่อไป
เพียงแต่ในอกกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนที่กำลังรอสายฟ้าสวรรค์ลงมาเมื่อครู่ นอกจากสัมผัสของวิถีแห่งสวรรค์แล้ว เธอยังเหมือนจะรับรู้ถึงสัมผัสอีกสายหนึ่งอย่างเลือนราง แต่ถูกสัมผัสของวิถีแห่งสวรรค์บดบังไว้ เธอจึงแยกแยะไม่ออก
เมื่อเห็นหวาสุ่ยกำลังจะพุ่งไปถึงขอบเขตแดนของหมู่บ้าน เจียงสวี่สวี่ก็ไม่กล้าวอกแวกอีก กัดฟันปายันต์สายฟ้าสามแผ่นใส่หวาสุ่ยติดต่อกัน
แม้จะรู้ตัวตนของอีกฝ่าย แต่เมื่อเขากลายเป็นผีดิบแล้ว พวกเขาก็จำเป็นต้องหยุดเขา
ขอโทษด้วยนะ
“ตูม!”
สายฟ้าสีม่วงสามสายฟาดลงมาจากฟ้า พุ่งตรงไปยังหวาสุ่ย
ทว่าในชั่วขณะที่สายฟ้าสีม่วงกำลังจะฟาดโดนอีกฝ่าย ร่างของหวาสุ่ยก็วูบไหว ก่อนจะหายไปจากตรงนั้น
“เคลื่อนย้ายพริบตา...”
สีหน้าของเซินถูจิ้งเจ๋อดูย่ำแย่
ความสามารถแบบนี้มีแต่ร่างกระดูกนิรันดร์เท่านั้นที่ทำได้หรือ?
ถ้าปล่อยให้เขาเติบโตต่อไป เกรงว่าแม้แต่ผู้อาวุโสคนอื่นลงมือ ก็อาจฆ่าเขาไม่ได้
……
ในเวลาเดียวกัน ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
เพราะสายฟ้าเพลิงที่เจียงสวี่สวี่ปล่อยออกมาเมื่อครู่ ผีดิบในหมู่บ้านจึงแสดงความหวาดระแวงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ถูซิงจู๋กับลู่หนานซิงเพิ่งควบคุมผีดิบที่รวมตัวกันเข้ามาทางพวกเขาได้หมด ทั้งคู่กำลังนั่งหอบหายใจพิงหลังกันอยู่บนพื้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นอีกครั้ง
