เจียงสวี่สวี่และฉู่เป่ยเฮ่อตัดสินใจพำนักไว้
กระนั้นก็เถอะ อัตราการไหลของเวลาในโลกมิตินี้ไม่เหมือนยุคปัจจุบัน พวกเขายังมีเวลาเหลืออยู่ พอที่จะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าภัยพิบัติแห่งเทียนหยวนที่ชางหลินเล่าไว้นั้นเป็นเช่นไร
บางทีอาจเพราะความจริงใจที่แลกกันในวันนั้น เจียงสวี่สวี่รู้สึกสัญชาตญาณว่าไม่ว่าจะชางหลินหรือเจียนเจีย ต่อเธอกับฉู่เป่ยเฮ่อต่างมีความผูกพันเป็นของกันและกันเพิ่มขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
กระทั่งในความรู้สึกลึก ๆ สายใยระหว่างพวกเขายิ่งดึงดูดกันแนบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
และระหว่างการเตรียมงานอย่างเร่งรีบตลอดสามวันนั้น พิธีสถาปนาฮองเฮาของเจียงสวี่สวี่ก็มาถึงตามกำหนดในที่สุด
ตามที่ฉู่เป่ยเฮ่อร้องขอ ทุกอย่างจัดอย่างเรียบง่าย แต่แม้เช่นนั้น พิธีสถาปนาฮองเฮาครั้งนี้ก็ยังยิ่งใหญ่โอ่อ่าจนแทบไม่เคยมีมาก่อน
วันนั้นหิมะฤดูหนาวอันละลาย ฟ้าหม่นหมองมาหลายวันก็เบิกบานเป็นแสงแดดในที่สุด
เจียงสวี่สวี่ในฉลองพระองค์ฮองเฮาอันงดงามของเทียนหยวน ภายใต้การคุ้มกันของข้าหลวงสองข้างทางเดิน ท่ามกลางสายตาของขุนนางทุกคนแห่งเทียนหยวน ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น มุ่งหน้าสู่จักรพรรดิ์ที่ทรงเครื่องไม่แพ้กัน
นี่คือพิธีสถาปนาฮองเฮา
และก็คืองานมงคลสมรสอีกหนึ่งงานของฉู่เป่ยเฮ่อกับเจียงสวี่สวี่ในโลกมิตินี้
แม้งานมงคลสมรสนี้จะยืมร่างของผู้อื่นมาใช้
แต่ในสายตาของทั้งสอง พวกเขามองกันและกันด้วยแววตาที่เป็นตัวตนเดิมของกันและกันตลอดมา
ยิ่งเจียงสวี่สวี่ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น เมฆบนฟ้าก็ค่อย ๆ ซอยออกให้แสงแดดลอดผ่านมามากขึ้นทีละน้อย
แสงทองสาดส่องลงมา หล่อเลี้ยงความอบอุ่นให้ผืนแผ่นดินยามหนาวเป็นเสี่ยง ๆ
ใต้แสงอาทิตย์ที่แทรกทะลุเมฆยอดพระราชวังนั้น ฉู่เป่ยเฮ่อจ้องมองร่างอันงามสง่าที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาตัวเอง
