เจียงสวี่สวี่ได้ยินเสียงร้องระงมที่ดังมาแทบหู จ้องมองวงล้อมิติขาดตรงหน้า แล้วจู่ ๆ ก็หยุดฝ่ามือที่กำลังทำค้างไว้
อาถรรพ์กระจายสลาย แสงวิเศษในแผนอักขระก็หายวับไปพร้อมกัน
แสงวิเศษของเธอนับเป็นลำแสงที่หนาแกร่งที่สุดเม็ดหนึ่งท่ามกลางแสงนับหมื่นสาย
การหายไปอย่างกะทันหันแบบนี้ ย่อมดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที
พวกเขาไม่รู้ว่าเจียงสวี่สวี่หยุดเองโดยสมัครใจ ต่างเข้าใจว่าเธอหมดแรงจึงเป็นเช่นนี้
เจียงหวยกำลังวุ่นอยู่กับประสานงานเรื่องต่าง ๆ กับคณะกรรมการกำกับสำนักเซวียนจาน เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติฝั่งสวี่สวี่ ก็เงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ
บางทีอาจเป็นสัมผัสพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เจียงหวยรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาในใจโดยฉับพลัน
“สวี่สวี่?”
เสียงของเขาเบาหวิว แฝงความเป็นห่วงเป็นใย เป็นเพียงการเรียกหาธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้คาดหวังให้เธอได้ยิน
แต่เจียงสวี่สวี่ก็ยังได้ยิน
ท่ามกลางเสียงนับล้านนับพัน เธอได้ยินเสียงที่เขาเรียกชื่อของเธออย่างแม่นยำ
สายตาเบื้องล่าง แววตาของเธอทะลุผ่านมหายันต์พิทักษ์ชาติกับพายุระลอกแล้วระลอกเล่า มองไปยังเจียงหวย “พี่ชาย……”
เธอมองเจียงหวย แล้วพึมพำถามขึ้นเบา ๆ
“พี่ว่า... ตอนที่แม่เลือกจะเป็นสิ่งปราบปรามอยู่ต่างโลกนั้นสิบแปดปี แม่เคยเสียใจบ้างไหม?”
เมื่อชางหลินยอมให้จิตวิญญาณสลายสูญเพื่อประชาชนแห่งเทียนหยวน เขาเคยเสียใจบ้างไหม?
แล้วอู่กวงล่ะ...
ทุกทีเล็ดลอดหลุดพ้นจากพันธนาการนับพันปีมาได้ ก็ยังเลือกใช้ตัวเองปราบร่างแท้จริงแห่งความชั่วร้ายของชูเอ่อ ทั้งหลายเหล่านั้น... เคยเสียใจบ้างไหม?
เจียงสวี่สวี่คิดว่า คำตอบคงเป็นไม่เสียใจ
เมื่อก่อนเธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงไม่ยอมเปิดทางเลือกเพิ่มให้ตัวเอง
