บ้านตระกูลเจียง
ยินเจียงหมายเลขหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไห่ เป็นหมู่บ้านจัดสรรระดับสุดยอดของทั้งเมืองไห่
ทั้งที่อยู่ในทำเลทองที่พื้นที่ทุกตารางนิ้วมีค่าดั่งทองคำ แต่อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวในบริเวณวิลล่ากลับสูงถึง 80% นอกจากทะเลสาบที่ขุดขึ้นมาเป็นพิเศษ ยังมีสวนหินและภูเขาจำลองที่ลงทุนมหาศาลในการออกแบบ
การรักษาความปลอดภัยของวิลล่าอยู่ในระดับอดีตหน่วยรบพิเศษ การเข้าชมเพื่อซื้อต้องผ่านการตรวจสอบสถานะทางการเงิน เพราะที่นี่คือแหล่งรวมตัวของตระกูลมหาเศรษฐีระดับสูงของเมืองไห่
กวนสู่สู่รู้จักที่นี่
สิ่งที่กวนเป่าเฉิงเคยพร่ำถึงก็คือการได้ซื้อบ้านที่นี่สักหลัง
เพราะการได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ หมายถึงการได้เป็นเพื่อนบ้านกับเหล่ามหาเศรษฐีระดับสูง หมายถึงตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์รุ่นเดียวกันจอดลงบนลานจอดกว้างใหญ่ของเขตวิลล่า ด้านข้างมีรถไมบัคสีดำจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสามคนเปลี่ยนขึ้นรถ รถแล่นผ่านสนามหญ้าโล่งกว้างในเขต และในที่สุดก็หยุดลงที่หน้าวิลล่าคฤหาสน์สไตล์ยุโรปสูงสี่ชั้นหลังหนึ่ง
เจียงหวยพากวนสู่สู่ลงจากรถ ฉู่เป่ยเฮ่อกลับนั่งอยู่บนรถไม่ขยับ
เวลาคนอื่นกำลังรวมญาติใกล้ชิดกัน ต่อให้สนิทแค่ไหนก็ไม่ควรเข้าไปรบกวน นี่คือมารยาท
เจียงหวยโบกมือ ก็เห็นไมบัคสตาร์ตอีกครั้ง และขับลึกเข้าไปในเขตวิลล่า
"บ้านตระกูลฉู่อยู่ข้างหน้า พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเยี่ยมอย่างเป็นทางการนะ"
หลังจากเจียงหวยอธิบายเสร็จ ก็พากวนสู่สู้เดินเข้าไปข้างใน
วิลล่าคฤหาสน์แบบสถาปัตยกรรมยุโรป ให้ความรู้สึกหรูหราโอ่อ่า
เดินผ่านสวนเข้าประตูวิลล่า อ้อมห้องโถงทางเข้า สู่ห้องนั่งเล่น กวนสู่สู่เห็นกับตาคือกลุ่มคนตระกูลเจียงนั่งกันเต็มห้อง
ระหว่างทางที่มา เจียงหวยได้แนะนำให้เธอฟังคร่าว ๆ แล้ว
เหมือนที่กวนสู่สู้เดาไว้ก่อนหน้านี้ ตระกูลเจียงคือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองไห่ มีทั้งหมดสี่ครอบครัวย่อย ลูกชายสามคนและลูกสาวหนึ่งคน ต่างมีครอบครัวของตัวเอง
ท่านปู่ถอนตัวออกมาเมื่อสองปีก่อนด้วยเหตุผลทางสุขภาพ เจียงไห่กรุ๊ปจึงส่งมอบให้เจียงอวี่เฉิงผู้เป็นพี่ใหญ่ดูแล
อาเจียงอวี่หมิน ตอนหนุ่มเป็นนักร้องแนวหน้าของประเทศ ต่อมาเปิดบริษัทบันเทิงของตนเอง ตอนนี้ก็เป็นผู้มีอิทธิพลระดับต้น ๆ ในวงการ
อาเจียงอวี่ถง ดำรงตำแหน่งรองประธานของเจียงไห่กรุ๊ป รับผิดชอบธุรกิจหลักหลายตัวของกลุ่มเพียงลำพัง
อาเจียงอวี่ซิน ก็เป็นแนวผู้หญิงเก่ง ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ระดับโลกด้วยตัวเอง มีอิทธิพลอย่างมากในแวดวงแฟชั่น
ส่วนลูกหลานรุ่นเล็ก อาจเป็นเพราะตระกูลเจียงมีพลังหยางมากเกินไป ครอบครัวย่อยทั้งสี่มีแต่หลานชายล้วน ๆ ยกเว้นลูกสาวคนเล็กของครอบครัวย่อยที่สอง และยังมีลู่เสวี่ยซี ลูกสาวที่ภรรยาของท่านปู่เจียงรับมาจากครอบครัวเดิมมาเลี้ยงไว้ที่ตระกูลเจียง
มองดูตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าครอบครัวย่อยต่าง ๆ ของตระกูลเจียงมาเกือบครบแล้ว
ตอนที่เห็นกวนสู่สู้และเจียงหวยเดินเข้าประตู ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมอง แววตาที่มองเธอมีทั้งประเมิน อยากรู้อยากเห็น ไม่แยแส หรือ...ไม่พอใจแบบแอบแฝง
"ท่านปู่"
ท่วงท่าของเจียงหวยดูปกติ ก้าวขายาวไปข้างหน้า เรียกชายชราที่นั่งอยู่กลางโซฟา พร้อมกับแนะนำ "นี่คือสู่สู่"
แล้วก็ส่งสัญญาณให้กวนสู่สู่
"สู่สู้ เรียกท่านปู่"
กวนสู่สู้มองชายชราที่นั่งหลังตรงกลาง มองเธอด้วยรอยยิ้ม
เธอไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องโหราศาสตร์มากนัก แม้ชายชราตรงหน้าจะมีรอยยิ้มในแววตา แต่สันจมูกตรง หน้าผากสูง คิ้วหนา เบ้าตาลึก จัดเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเองสูง
หรือพูดอีกอย่างคือ เป็นคนที่คุ้นเคยกับการออกคำสั่ง
"ท่านปู่" กวนสู่สู้เรียกอย่างว่าง่าย
ชายชราพยักหน้า กล่าวอย่างอ่อนโยน "ดี กลับมาก็ดีแล้ว ต่อไปนี้เธอคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจียงเรา จะไม่มีใครรังแกเธอได้"
เจียงหวยหันไปทางเจียงอวี่เฉิงที่นั่งข้างท่านปู่เจียง แนะนำ "นี่คือพ่อ"
กวนสู่สู้มองตามสายตาไป เทียบกับท่าทีใจดีของท่านปู่แล้ว เจียงอวี่เฉิงให้ความรู้สึกเยือกเย็นและเฉียบขาด โดยเฉพาะตอนหันข้าง โหนกแก้มที่คมกริบเผยความแข็งกร้าว ใบหน้าคมชัด พอมองออกว่าเมื่อตอนหนุ่มหน้าตาคงจะหล่อเหลา
ริ้วรอยที่กาลเวลาทิ้งไว้บนใบหน้า ไม่ได้ดูแก่เลยแม้แต่น้อย กลับเผยเสน่ห์ของชายวัยผู้ใหญ่
เป็นคนละประเภทกับกวนเป่าเฉิง
กวนสู่สู่อ้าปาก เรียกเบา ๆ "พ่อ"
ริมฝีปากบางที่เม้มอยู่ของเจียงอวี่เฉิงตึงขึ้นเล็กน้อยเพราะเสียงเรียก 'พ่อ' นี้ ตอนมองกวนสู่สู่ ทั้งใบหน้าแทบไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ อยู่นานก็ตอบรับเสียงต่ำ
"อืม"
เจียงหวยก็พาเธอไปทำความรู้จักกับญาติผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ของตระกูลเจียงทีละคน
กวนสู่สู้มองรอบ ๆ เงียบ ๆ คนตระกูลเจียงนอกจากคุณย่าที่อยู่สถานพักฟื้นและลูกพี่ลูกน้องชายอีกคน เกือบทั้งหมดมากันพร้อมหน้า
ทว่าในคนเหล่านี้ ไม่มีแม่ของเธอ
ตามที่เจียงหวยบอก ตอนนั้นเธอถูกคนอุ้มไป แม่ออกตามล่าตัวโจรที่ลักพาตัว เพียงลำพัง แต่กลับพลัดตกลงทะเลระหว่างทาง จนถึงตอนนี้แม้แต่ศพก็ยังหาไม่พบ
บางทีอาจเป็นเพราะเธอดูเงียบไปหน่อย ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าอาสะใภ้รองเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาเอง ทำทีสนิทสนมคล้องแขนกวนสู่สู้ แววตาเต็มไปด้วยความสงสารและเอ็นดู
"สู่สู่เพิ่งกลับมา เหนื่อยหรือเปล่า อาสะใภ้รองให้คนจัดห้องให้เธอแล้ว เธอลองดูก่อนว่าชอบไหม ถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกฉันได้ตลอดนะ"
ท่านปู่เจียงมีแนวคิดแบบเก่าเรื่องครอบครัว ให้ความสำคัญกับการที่พ่อแม่อยู่ลูกไม่แยกบ้าน นอกจากลูกสาวคนที่สี่ที่แต่งออกไปแล้ว ครอบครัวย่อยอีกสามครอบครัวก็พักอยู่ด้วยกันในวิลล่าคฤหาสน์หลังนี้
ผู้หญิงชื่อเหยา หลิน อายุประมาณสี่สิบ แต่ไม่ว่ารูปร่างหรือผิวพรรณก็ดูแลได้ดีมาก มองผ่าน ๆ ก็เห็นภาพคุณนายผู้ดีมีชื่อเสียง
เพียงแต่ความสงสารในตอนนี้ของเธอ ประกอบกับโหงวเฮ้งที่ขี้โอ่และดื้อรั้น เมื่อมองในสายตาของกวนสู่สู้แล้วกลับขัดกันมาก
กวนสู่สู้ดึงแขนของตัวเองกลับอย่างแนบเนียน กำลังจะปฏิเสธอย่างสุภาพ ก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกระโดดออกมาข้าง ๆ อายุประมาณสิบสามสิบสี่ แต่อ้าปากพูดว่า
"อาสะใภ้รอง ไปจัดห้องอื่นให้เธอเถอะ ห้องเดิมนั้นเป็นห้องตุ๊กตาของพี่เสวี่ยซี ถ้าให้เธอ ตุ๊กตาของพี่เสวี่ยซีก็ไม่มีที่วางสิ"
เด็กหนุ่มเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวย่อยที่สาม ชื่อเจียงซู่ เป็นคนที่ใจร้อนที่สุดในบรรดาคนตระกูลเจียงทั้งหมด
จริงอย่างที่คิด พอคำพูดนี้หลุดออกมา หลายคนในห้องก็แสดงสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
อาสามเจียงอวี่ถงก็ทำหน้าเครียดทันที "พูดจาเพ้อเจ้ออะไร ? เกี่ยวอะไรกับแก"
"ดุผมทำไม ? ผมพูดผิดตรงไหน" เจียงซู่ชะงักคอ "ที่บ้านมีห้องตั้งเยอะแยะไม่ใช้ พอเธอมาก็จะมายึดห้องตุ๊กตาของพี่เสวี่ยซี อาศัยอะไร ?!"
เด็กสาวที่นั่งอยู่ท่ามกลางลูกหลานรุ่นเล็กไม่รู้ลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้างดงามอิ่มเอิบแฝงแววตำหนิตนเอง
"เสี่ยวซู่ อย่าพูดแล้ว"
นี่ก็คือลู่เสวี่ยซีที่เด็กหนุ่มพูดถึง
ลู่เสวี่ยซีเป็นหลานสาวทางบ้านเดิมของภรรยาท่านปู่เจียง ตอนนั้นเพราะกวนสู่สู้หายตัวไป เพื่อปลอบใจลูกชายคนโต และเพื่อบรรเทาสภาพที่ตระกูลเจียงมีพลังหยางมากเกินไป ภรรยาท่านปู่เจียงจึงรับลู่เสวี่ยซีจากบ้านเดิมมาเลี้ยงเป็นพิเศษ ตั้งแต่อายุสามขวบก็เลี้ยงดูอยู่ในตระกูลเจียงมาตลอด เติบโตมาพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องชายทั้งหลาย
เห็นเธอหันไปทางกวนสู่สู่อีกครั้ง กล่าวเสียงนุ่ม "น้องสาวสู่สู่อย่าโกรธเขาเลย เสี่ยวซู่ไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ เขาแค่เห็นฉันถูกรังแกก็ทนไม่ได้ ห้องนั้นให้เธอแล้วก็เป็นของเธอ ฉันยังไงก็ได้ทั้งนั้น"
ท่าทีสุภาพเหมาะสม แต่ละคำกลับไม่ลืมย้ำว่าตัวเองถูกรังแก
สูตรเดียวกับกวนรุ่ยรุ่ยเลย
กวนสู่สู้ทบทวนตัวเองเงียบ ๆ
หรือว่าตัวเองมีร่างกายพิเศษเกินไป ถึงได้ดึงดูดพวกน้ำชาแบบนี้มาตลอด ??
เห็นเด็กสาวหันไป ตำหนิแบบไม่จริงจัง "เสี่ยวซู่ ขอโทษเร็ว สู่สู้เป็นพี่สาวของแกนะ"
"เชอะ" เด็กหนุ่มแสดงท่าทีไม่แยแส ทำเสียงเหยียดดังเบา ๆ "นางเป็นพี่สาวอะไรของผม"
"ตึง" เสียงหนึ่งดังขึ้น ถ้วยของใครบางคนถูกวางกระแทกอย่างแรงลงบนโต๊ะหินอ่อน ในห้องนั่งเล่นเงียบกริบขึ้นมาทันใด