“ถ้านายกลัว เดินตามไปไม่ต้องก็ได้”
เจียงสวี่สวี่พูด “ใจดี” ออกมาได้หายาก ทำให้ถูซิงจู๋ขยับตาโตทันที
“ใครบอกว่าฉันกลัว! มันโดนขังอยู่ในแจกันผีแล้ว ฉันจะกลัวมันได้ยังไง”
พูดแล้วก็หยุดชั่วครู่ แล้วเสริมต่อ
“รางวัลชนะการประกวดของวิทยาลัยมี 3 ล้านนะ อย่าคิดทิ้งฉันไว้แล้วแกล้งไม่แบ่งเงินให้ฉันล่ะ!”
ลู่หนานซิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ฟังดังนั้นก็ห้ามยิ้มไม่ได้
เยี่ยมมาก นี่แหละถูซิงจู๋ของแท้
ส่วนผู้ชมที่กำลังดูถ่ายทอดสดอยู่ในตอนนี้ต่างอึ้งกันไป
แม้ตอนนี้เมืองไห่จะมีโอกาสชนะสูงสุด แต่เธอจะอย่าพูดให้มันเหมือนเงินรางวัลอยู่ในกระเป๋าไปแล้วได้ไหม?
เรายังนั่งดูอยู่นะ!
ขณะที่ทั้งหกคนพูดคุยกัน พวกเขาก็เดินเข้าไปในอาคาร มุ่งหน้าตรงไปยังห้องที่มีไอแค้นสิงอยู่ กดกริ่งประตูลง ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้ารีบร้อนดังมาจากด้านใน
ประตูบานใหญ่เปิดออก คนที่เปิดประตูคือชายวัยกลางคนหน้าตาอ่อนล้า
ชายกลางคนเห็นคนหกคนหน้าประตูก็อึ้งไปชั่วขณะ พอเหลือบไปเห็นชุดนักเรียนที่ตัวเขาเหล่านั้นก็รู้ทันทีราวกับตื่นจากภวังค์
“พวกคุณ……เป็นเพื่อนร่วมห้องของเฉิงรุ่ย?”
เซี่ยอวิ๋นหลี่ได้ฟังก็รู้ทันทีว่าเขาเข้าใจผิด กำลังจะเปิดปากอธิบาย “เราไม่……”
“ถูกต้องครับลุง พวกเราเป็นเพื่อนร่วมห้องของเฉิงรุ่ยทุกคน”
ถูซิงจู๋รีบก้าวขึ้นไปข้างหน้า ขัดคำของเซี่ยอวิ๋นหลี่ แล้วมองชายกลางคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเศร้าโศก
“ได้ยินว่าเขา……พวกเราอยากมาดูเขาสักหน่อย ทำได้ไหมครับ”
ถูซิงจู๋ตั้งใจพูดกำกวม ๆ เพราะพวกเขายังไม่ทันได้ศึกษาประวัติของเด็กหนุ่มผีร้ายกันเลย กระทั่งชื่อก็เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้
