นอกจากคนที่ออกไปเดทข้างนอกแล้ว คนที่ยังค้างอยู่ในวิลล่าก็ยังมีชิวเฉิงเยี่ย
เพราะในเกมที่ผ่านมาหลายวันเขาไม่เคยชนะกุญแจเลยสักครั้ง ชิวเฉิงเยี่ยที่ไม่มีกุญแจแม้แต่ดอกเดียวจึงไม่มีสิทธิ์ชวนใครออกไปข้างนอกตามธรรมเนียม
ครั้งที่สามที่ 'เดินผ่านไปเฉย ๆ' หน้าห้องนั่งเล่น แต่เห็นว่าหลิ่วว่อซิงยังคงนั่งพิมพ์งานอยู่ริมหน้าต่าง ไม่แม้แต่จะสะท้อนว่ามีเขาอยู่ ชิวเฉิงเยี่ยก็เริ่มอดทนไม่ไหวแล้ว
อยากเดินไปทัก แต่ก็กลัวเสียหน้า เขาเลยแสร้งทำเป็นเดินผ่านไปด้วยดีเดียว เดินไปยืนหลังโซฟาแล้วพูดกับไล่ปิงเสวียน
“เฮ้ย วันนี้ใครเป็นคุมเวร กลางวันนี้ไม่มีใครทำอาหารเหรอ”
ปากพูดกับไล่ปิงเสวียน แต่หางตากลับแอบเหลือบไปมองหลิ่วว่อซิงอยู่ร่อยเรอ
น่าเสียดาย หลิ่วว่อซิงก็ยังไม่แม้แต่เงยหน้า เอาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองเงียบ ๆ
ชิวเฉิงเยี่ยแค้นใจ ถึงกับด่าในใจไปสองรอบ
ไล่ปิงเสวียนที่กึ่งนอนแผ่อยู่บนโซฟาวางมือถือลง แหงนมองเขาหนึ่งตาอย่างไม่เอาอะไรกับใคร “คุมเวรอะไรน่ะ ไม่ใช่บอกแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันออกไปเดท ไม่มีใครเป็นคุมเวร”
“งั้นเราจะกินอะไรล่ะ!” ชิวเฉิงเยี่ยเดือดสุดตีน
ไล่ปิงเสวียนไม่เคยกลืนลมหายใจคนอื่นดอก ม้วนตาให้สักรอบ “จะกินอะไรก็ไปหามากิน ฉันกับหลิ่วว่อซิงกินข้าวเที่ยงกันไปแล้ว”
“กินแล้วเหรอ! กินอะไร เมื่อไร ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง”
“ข้าวห่อไข่ที่หลิ่วว่อซิงทำ จำเป็นต้องรายงานให้เจ้ารู้เหรอ หรือว่าจะมางัดข้างคนอื่นอีกเหรอ”